ตอนแรกที่เห็นชื่อคอร์ส ‘The MedTæd Acting’ เราก็คิดว่าเป็นการเล่นคำเอาม่วนเอามันส์ไปตามจริตให้กิ๊บเก๋ แต่พอได้ไปนั่งฟังจริง ๆ ใครจะไปคิดว่า เลคเชอร์บาร์ครั้งนี้ของ THEATRUM เขาจะเลือกใช้ ‘เครื่องเพศ’ หรือ ‘กี’ แบบไม่เซ็นเซอร์ มาเป็นตัวนำทางบทเรียนในคลาสจริง ๆ แถมยังนำเสนอออกมาได้อย่างตลกขบขัน ไม่ประดักประเดิด และทำให้เราสนุกกับบทเรียนพร้อมได้ความรู้กลับมาเต็มแก้ว
The MedTæd Acting คือ คลาสเรียนเรื่องการวิพากษ์เชิงประวัติศาสตร์และทฤษฎีการแสดง เกี่ยวกับความเชื่อ (ผิด ๆ) ที่แพร่หลายในวงการ (Mythology of Acting) โดย ครูออม - มานิตา ชอบชื่น ที่ใช้การแสดง ความตลก ซาวนด์เอฟเฟกต์ และ กี มาผสมกับบทเรียนการแสดงภาคทฤษฎีแบบ 101
และท่ามกลางหลากหลายหัวข้อที่ครูออมหยิบมาเล่าให้เราฟัง มีหนึ่งคีย์เวิร์ดที่เราชอบมาก และอยากนำมาเขียนสรุปให้ทุกคนฟังเป็นออเดิร์ฟเสิร์ฟให้ลองชิมในบทความนี้ นั่นก็คือคำว่า ‘Ritual’ หรือ ‘พิธีกรรม’ ในฐานะจุดเริ่มต้นของการแสดงนั่นเอง
📌พิธีกรรมกับจุดเริ่มต้นการแสดงแรกของมนุษย์
ว่ากันว่า มนุษย์ไม่ได้เริ่มต้นการแสดงบนเวที แต่เป็นในระหว่างการ ‘ทำพิธีกรรม’ ในโลกยุคโบราณที่มนุษย์ทั่วโลกยังเชื่อในเรื่องเทพเจ้าและจิตวิญญาณ เราได้ใช้การขยับร่างกาย การส่งเสียงร้อง และสร้างจังหวะ เพื่อสื่อสารกับเทพเจ้าและธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการรำบูชา ร้องเรียกฝน หรือพิธีไหว้ครู สิ่งเหล่านี้คือการแสดงยุคแรกที่ไม่ได้ทำเพื่อความบันเทิง แต่เพื่อเชื่อมโลก และเมื่อผู้ทำพิธีเริ่มทำมากกว่าแค่การส่งเสียง แต่มีการสวมบทบาท มีเรื่องเล่า มีตัวละคร สิ่งเหล่านั้นก็พัฒนาเป็นรากฐานของละครแบบที่เราคุ้นเคยในเวลาต่อมา
📌การเข้ามาของศาสนาคริสต์และการตัดขาดจากพิธีกรรมของตะวันตก จุดตัดความต่างด้านการแสดงของสองซีกโลก
เมื่อศาสนาคริสต์เข้ามามีอิทธิพลในโลกตะวันตก การแสดงที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมจากศาสนาเพแกนก็ถูกมองว่า เป็นของนอกรีต จนโดนสั่งห้ามไป เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่การแสดงแบบตะวันออกและตะวันตกพัฒนาแยกทางกันอย่างชัดเจน
📌จากพิธีกรรมสู่การแสดงในฐานะวิทยาศาสตร์ พัฒนาสู่ Method Acting
เมื่อถูกตัดขาดจากพิธีกรรม สังคมตะวันตกก็มองการแสดงในฐานะวิทยาศาสตร์ พวกเขามองว่ามัน เป็น “ศาสตร์” ที่มีระบบ วิเคราะห์ได้ และพิสูจน์ได้ หนึ่งในบุคคลสำคัญผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและคิดค้นเทคโนโลยีทางการแสดงอย่าง คอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี (Konstantin Stanislavski) ที่ตั้งใจวางรากฐานการแสดงที่ต้องเข้าใจจิตใจตัวละครจริง ๆ ใช้ทั้งความจำ ความรู้สึก และเทคนิคทางร่างกาย จนคนรุ่นหลังคิดต่อยอด กลายเป็นคำว่า Method Acting ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ
ทั้งหมดนี้ เป็นเนื้อหาเพียงหนึ่งในสิบส่วนของคลาสเลคเชอร์บาร์ฉบับเครื่องเพศของ THEATRUM เท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีเรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้ค้นคว้า วิจัย และให้กำเนิดทฤษฎีการแสดงสารพัดแบบ ที่ครูออมนำมาเล่าให้เราเข้าถึง เข้าใจ และเห็นพัฒนาการไทม์ไลน์แบบเข้าใจง่าย
ถ้าใครกำลังสนใจสิ่งที่เรียกว่า ‘เลคเชอร์บาร์’ และอยากรู้ว่าที่นี่เขาเอาเรื่องการแสดงกับเครื่องเพศมาเจอกันยังไงให้คูล แล้ว Method Acting คืออะไรกันแน่ ก็สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองไปจอยด้วยตัวเองแบบละเอียดได้ที่เพจ https://www.facebook.com/TheatrumBkk เหลืออีกเพียงสี่รอบเท่านั้น!




