ชวน ‘เนเน่’ มาเล่า Eat, Sleep, Doodle โปรเจกต์ A Hotel Takeover ที่ได้กิน นอน และวาดลายเส้นขาวดำทั่วโรงแรม

Post on 9 October 2026

เราอาจเคยได้ยินคำว่า “เนเน่นายแน่มาก” จนแค่เห็นชื่อ ก็เผลอใส่ทำนองขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัวแบบนับครั้งไม่ถ้วน และถ้าจะบอกว่า ในบทความนี้คุณก็อาจจะได้ยินชื่อนี้อีกจะว่ากันไหม?

แต่ ‘เนเน่’ คนนี้ไม่ใช่นักร้อง ไม่ได้ประกวดร้องเพลงหรือแข่งขันรายการอะไร เพราะเธอคือ เนเน่–นันทวรรณ แจ่มใส หรือ nnene.iie ศิลปินนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นขาวดำที่กำลังเปลี่ยนพื้นที่ของโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านเจริญนคร ให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองงานศิลปะขนาดใหญ่ ผ่านนิทรรศการ Eat, Sleep, Doodle

Eat, Sleep, Doodle คือนิทรรศการภายใต้โครงการ Artist in Residence: A Hotel Takeover ของ Stupid Stay บูทีคโฮเทลของ แหนม–มนัสรวี วงศ์ประดู่ และ แนน–นภัสวรรณ ศิริสุคนธ์ ที่ชวนศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์เข้ามาพำนักและใช้พื้นที่ของโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงาน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำผลงานมาติดตั้ง แต่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ทดลองกับพื้นที่จริง ใช้ชีวิตจริง และปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน

สำหรับศิลปินพำนักคนแรกของ Stupid Stay ที่แหนมและแนนแท็กทีมด้วยก็คือ nnene.iie เจ้าของลายเส้นขาวดำที่มักหยิบเอาสิ่งของและเรื่องราวธรรมดาในชีวิตประจำวันมาถ่ายทอด เพื่อชวนให้เราหันกลับมามองสิ่งที่คุ้นตาในอีกมุมหนึ่ง เพราะบางครั้งความธรรมดาที่ถูกมองข้ามก็อาจมีเรื่องราวและความน่ารักซ่อนอยู่

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน แหนมและแนนได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับเนเน่ในโปรเจกต์สั้น ๆ ที่งาน Bangkok Design Week ก่อนจะได้ทำงานกันฟูลออปชั่นในวันนี้ “เราชอบลายเส้นของเนเน่ตั้งแต่แรก เห็นแล้วรู้เลยว่า คนนี้สเปเชียล เวลาเขามีนิทรรศการที่ไหนเราก็จะตามไปดู รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ทุ่มเท แล้วพอเรามีโปรเจกต์ A Hotel Takeover เราคิดว่าลายเส้นเขามันจะเข้ากับโรงแรมเรา มันน่าจะสนุกถ้ามีลายเส้นของเนเน่เข้ามาอยู่ในโรงแรม หรือบนเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ” แนนเล่า

“สำหรับเราเนเน่เป็นคนที่มีพลังเยอะ เพราะเขาต้องใช้แรงวาดตลอดเวลา และพอมามองโครงสร้างโรงแรม การตกแต่งที่แสดงถึงคาแรกเตอร์ของ Stupid Stay มันจะไม่ได้ต้องการคำตอบว่าผลลัพธ์ของที่นี่จะเป็นยังไง เราเลยเลือกศิลปินที่จะมาร่วมงานกับเรา โดยที่เราก็ไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ ว่ามันจะต้องออกมาเป็นแบบไหน เราอยากให้ศิลปินรวมถึงตัวโรงแรมเองได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ เป็นพื้นที่ที่เขาได้มาลองสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ด้วยกัน” แหนมเสริม

เมื่อความดิบ เท่ และเป็นกันเองของ Stupid Stay มาเจอกับลายเส้นขาวดำของเนเน่ ทั้งสองอย่างจึงไม่ได้แย่งซีนกัน แต่กลับค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เดียวกัน และสำหรับเนเน่เอง นี่ถือเป็นทั้งงานในฐานะศิลปินพำนักครั้งแรก และเป็นงานที่สเกลใหญ่ที่ท้าทายตัวเธอเองด้วยเช่นกัน

แนน–นภัสวรรณ ศิริสุคนธ์ /  เนเน่–นันทวรรณ แจ่มใส / แหนม–มนัสรวี วงศ์ประดู่

แนน–นภัสวรรณ ศิริสุคนธ์ / เนเน่–นันทวรรณ แจ่มใส / แหนม–มนัสรวี วงศ์ประดู่

“ปกติเราจะทำงานลายเส้นขาวดำที่เป็นสเกลเล็ก ใหญ่สุดที่เคยทำจะเป็นขนาด A1 (ประมาณจอทีวี 40 นิ้ว) แต่พอมาทำที่นี่ พื้นที่มันใหญ่มากสำหรับการทำงานคนเดียว เราเลยแก้ปัญหาด้วยการทำตัวหนังสือใหญ่ ๆ ซึ่งรู้สึกว่า มันเป็นประสบการณ์ในการแตกความเป็นลายเส้นของเราอีกรอบนึง เพราะว่าจริง ๆ ก็อยู่ในจุดที่เราอิ่มตัวแล้วระดับนึง งานลายเส้นขาวดำมันดิ้นได้ไม่ค่อยเยอะ แล้วพอได้มาลองทำงานสเกลใหญ่แบบนี้และเป็นงานชิ้นใหญ่กว่าตัวเองด้วย มันเลยกลายเป็นประสบการณ์ใหม่”

โจทย์ของ Eat, Sleep, Doodle จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมากิน นอน และวาดรูปในโรงแรมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการใช้ชีวิตอยู่กับพื้นที่ ก่อนจะค่อย ๆ หยิบสิ่งที่พบเห็นรอบตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน

“พอมันมาเป็นคอนเซปต์ Eat, Sleep, Doodle ความหมายมันก็ตามตัวเลยว่า เราเข้ามาทำอะไรที่นี่บ้าง เราเลยเลือกหยิบสิ่งที่อยู่ข้างนอก เข้ามาอยู่ข้างใน ซึ่งที่ที่มาทำงานมันคือย่านเจริญนคร เราเลยเลือกเก็บข้อมูลในเชิงวิชวล เช่น ป้าย ต้นไม้ สิ่งต่าง ๆ ที่เจอ รวมไปถึงของกินที่คนพื้นที่กิน เอาเข้ามาใส่ในโรงแรม ในอีกแง่หนึ่งเราก็ได้พูดถึงความเป็นโลคอลแบบไทยมากขึ้นด้วย”

เนเน่หยิบวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และรายละเอียดเล็ก ๆ จากการเดินสำรวจ ใช้ชีวิต และคลุกคลีอยู่กับย่านเจริญนคร ตั้งแต่ก่อนเข้ามาพำนักที่ Stupid Stay จนถึงช่วงเวลาที่มากิน นอน และวาดรูปที่นี่ โดยงานศิลปะทั้งภาพวาดไซส์ใหญ่บนผืนผ้า เตียงยืนนอน โซฟา และภาพวาดบนผนังภายในห้องพักก็คือผลงานที่เธอใช้เวลาทำเพียงแค่สามเดือนนับจากวันที่เริ่มคุยกับแหนมและแนนถึงโปรเจกต์นี้

ช่วงเวลาสามเดือนอาจไม่มากหรือน้อยนักสำหรับการทำงานศิลปะสเกลใหญ่ด้วยมือของคนเพียงคนเดียว แต่เมื่อได้เดินสำรวจผลงานที่กระจายอยู่ทั่ว Stupid Stay เรากลับพบรายละเอียดเล็ก ๆ จากการรีเสิร์ชของเนเน่อยู่เต็มไปหมด ตั้งแต่เก้าอี้โมโนบล็อกแสนธรรมดาที่พบเห็นได้ตามบ้านหรือร้านค้าข้างทาง ไปจนถึงสิ่งของและข้อความต่าง ๆ ที่เธอเก็บกลับมาจากการเดินสำรวจย่านเจริญนคร ก่อนนำรายละเอียดเหล่านั้นมาถ่ายทอดลงบนชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นฮาวทูบอกวิธีทำเก้าอี้คอนกรีต ภาพวาดเก้าอี้ซ้อนเก้าอี้ หรือข้อความที่พบเจอระหว่างทาง ทั้งหมดกลายเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เราได้เห็นเจริญนครผ่านสายตาของเนเน่มากขึ้น

“พอเดินเข้ามาในนิทรรศการ สิ่งแรกที่เห็นเลยก็จะเป็นเก้าอี้โมโนบล็อก ซึ่งที่เราหยิบมาเพราะมันพบเห็นได้เยอะมากในพื้นที่ แม้มันจะไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่ฟังก์ชันมันเยอะมาก เป็นทั้งเก้าอี้ เป็นที่กั้นรถ ที่วางของ

“ซึ่งตอนที่เราได้รีเสิร์ช แล้วกลับมาดูอัลบั้มรูปของตัวเอง เราพบว่า ตัวเองถ่ายเก้าอี้โมโนบล็อกมาเยอะมาก ก็เลยเลือกที่จะหยิบมาห้อยไว้ตรงโถงกลางโรงแรม ให้เหมือนเป็นพระเอกของงาน แล้วพอโรงแรมชื่อ Stupid Stay และมันมีคำว่าโง่อยู่ในนั้น ก็รู้สึกว่า เก้าอี้โมโนบล็อกที่ธรรมดาและโดนมองข้ามกับจริตของโรงแรมได้ไปด้วยกัน”

หลังจากเดินผ่านเก้าอี้โมโนบล็อกที่เรียงสลับสูงต่ำบริเวณโถงกลางโรงแรมแล้ว เนเน่ได้พาแวะเข้าไปชมห้องพัก ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ทำงานและพำนักอยู่ที่ Stupid Stay เป็นเวลาสองอาทิตย์

“อย่างในห้องพัก มันเป็นงานที่เราต้องวาด ระบายสีบนกำแพงในพื้นที่ที่ใหญ่ เรารู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องของความเนี้ยบของลายเส้นอีกต่อไป เพราะกำแพงมันไม่ได้เรียบ ทุกอย่างมันต้องใหญ่ สโตรกก็ต้องใหญ่ขึ้น เส้นที่วาดก็ต้องขยาย มันเลยค่อนข้างท้าทายการจัด Layout ในหัวมาก แล้วเราไม่ได้สเก็ตช์มันขึ้นมาก่อน คือวาดสดเลย แล้วพอมาดูมันก็จะมีบางส่วนที่เราสะกดคำผิด คือตอนวาดเราเห็นตัวอักษรทุกตัวเป็นภาพไปเลย ทำออกมาเสร็จแล้วถอยตัวเองออกมาดูงานกว้าง ๆ ก็รู้สึกว่า มันตลกดี

“อีกอย่างรู้สึกว่า เหมือนเราได้หยิบสิ่งที่สเก็ตช์ในสมุดก่อนหน้านี้มากระจายลงบนห้องพัก ฟังก์ชันของงานมันเลยต่างจากในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ”

รถเข็น ขวดซีอิ๊ว ถุงแป้งท้าว ไปจนถึงเตียงยืนนอนและโซฟานุ่ม ๆ บนชั้นบนสุด ล้วนเป็นรายละเอียดจากชีวิตประจำวันในย่านเจริญนครที่ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านลายเส้นของเนเน่ และในขณะเดียวกัน งานครั้งนี้ก็ไม่ได้พาเพียงผู้ชมออกไปสำรวจย่าน แต่พาเจ้าของผลงานกลับมาสำรวจกระบวนการทำงานของตัวเองด้วย

“งานนี้มันเหมือนให้เราได้มาสำรวจกระบวนการทำงานของตัวเอง มันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เป็นงานศิลปะสำหรับเรา เพราะเราไม่เคยทำงานใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เรียนรู้ ลองทำ แบบผิด ๆ ถูก ๆ หน้างาน วาดผิดฝั่งบ้าง ตัวอักษรไม่ครบบ้าง

หนึ่งในสิ่งที่เนเน่ได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้ คือการปล่อยมือจากความเนี้ยบที่ตัวเองคุ้นเคย และเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้มากขึ้น

“ที่ได้เรียนรู้เลยคือเรื่องการบริหารเวลา คือมันอาจจะไม่ได้เป็นปัญหาขนาดนั้น แต่แค่รู้สึกว่า พอเราโฟกัสกับอะไรบางอย่างมันจะใช้เวลากับสิ่งนั้นพอสมควร อย่างถ้าตัดเรื่องความเนี้ยบบางอย่างออกไปได้มันก็จะดีกับเรา เพราะเราเป็นคนยึดติดกับความสะอาดในการทำงานมาก ๆ พอเห็นงานเลอะ ๆ คุมยากก็จะแบบคิดเยอะ แล้วงานนี้พอมันมีหลายอย่างที่คุมอยากมันก็ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น

“เราอยากให้คนที่มาชม ได้มาชื่นชมกับความธรรมดาและความน่ารักในความเป็นไทยบางอย่าง ความไทยไทยแบบนี้มันก็สามารถอยู่ในเวทีโลกได้เหมือนกัน และจริง ๆ เจริญนครก็ไม่ได้มีแค่ไอคอนสยาม ฝั่งธนมีทุกอย่างและไม่ได้ไกลเมืองขนาดนั้น มันมีเสน่ห์นะ”

Eat, Sleep, Doodle อาจไม่ใช่นิทรรศการที่มุ่งโชว์ผลลัพธ์ของความสำเร็จหรือความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้เนเน่ได้ทดลองทำงานในมิติใหม่ ๆ พร้อมปล่อยให้ความผิดพลาดและความไม่สมบูรณ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ

ขณะเดียวกัน ผู้ชมเองก็ได้เห็นอีกด้านของศิลปินผ่านร่องรอยเหล่านั้น รวมถึงได้ทำความรู้จักย่านเจริญนครผ่านสายตาของเนเน่ ตั้งแต่เก้าอี้โมโนบล็อก ป้ายริมทาง ของกิน ไปจนถึงรายละเอียดธรรมดาที่อาจถูกมองข้าม ก่อนถูกหยิบมาเล่าใหม่ผ่านลายเส้นขาวดำ และนำกลับมาอยู่ภายใน โรงแรม Stupid Stay ที่ครั้งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดง แต่กลายเป็นจุดเชื่อมระหว่างศิลปิน งานศิลปะ และเรื่องราวของย่านเข้าไว้ด้วยกัน