Cover web_KRONENBOURG.jpg

เที่ยว Strasbourg กับ Kronenbourg พร้อมจิบความพรีเมียมแบบฝรั่งเศส

Post on 2 November 2022

เดินทางถึงปลายปีที่ลมหนาวทีไร หลายคนคงรู้สึกคิดถึงอีเวนต์ต่างๆ ที่มอบทั้งความสดชื่น ความชิล และความพรีเมียมไปพร้อมๆ กันใช่ไหม และไม่ว่าจะอีเวนต์ใหญ่ๆ อย่างงานเทศกาล หรือจะอีเวนต์เล็กๆ กับเพื่อนบนโต๊ะอาหาร สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเบียร์พรีเมียมอันดับ 1 ของฝรั่งเศสซึ่งมียอดขายทั่วโลกกว่า 70 ประเทศอย่าง Kronenbourg ที่ดึงเอกลักษณ์ความหรูหราแต่มีลูกเล่นจากฝรั่งเศสมาไว้ในขวดเดียว จนทำให้ทุกจิบที่เราดื่มนั้นเสมือนได้ไปเที่ยวฝรั่งเศสยังไงยังงั้น 

เบียร์พรีเมียม Kronenbourg เป็นเบียร์ที่ส่งตรงมาจากเมืองเก่าเมืองแก่ของฝรั่งเศสอย่าง Strasbourg และเมื่อเอ่ยถึง Strasbourg หลายคนคงนึกถึงเมืองแห่งนี้ในฐานะเมืองหลวงคริสมาสต์ของโลกที่มีตลาดคริสมาสต์เก่าแก่กว่า 450 ปี แต่ถ้าซูมเข้าไปที่รายละเอียดของเมืองดีๆ เราจะเห็นว่า Strasbourg เป็นเมืองเก่าแก่หรูหราที่มีลูกเล่นและมีอะไรให้เราค้นหาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่รัฐสภายุโรป ธรรมชาติที่บริสุทธิ์สวยงาม สถาปัตยกรรมต่างๆ ที่มีอายุมากกว่าเราหลายร้อยปี 

แต่ทีเด็ดที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ก็คือการเป็นแหล่งต้นกำเนิดของโรงเบียร์ Kronenbourg สุดพรีเมียมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1664 หรือเมื่อกว่า 350 ปีที่แล้วนี่แหละ ที่ว่าพรีเมียมก็ตั้งแต่ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์คนแรกนั้นได้รับใบประกาศนียบัตรนักทำเบียร์ระดับมาสเตอร์ วัตถุดิบสำคัญอย่างฮอปส์ก็คัดสรรแต่ชนิดที่ดีที่สุด แถมยังหมักด้วยกรรมวิธีที่แตกต่างจนได้เป็นเบียร์ที่มีเอกลักษณ์คาดเดาไม่ได้แบบ Good Taste With A Twist!

เรียกว่าเมื่อไหร่ที่ดื่ม Kronenbourg เราก็จะได้สัมผัสความพรีเมียมของทั้งฝรั่งเศสและเมืองต้นกำเนิดทุกครั้ง และเพราะแบบนั้น เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Kronenbourg อย่างลงลึกและพาไปทัวร์แหล่งต้นกำเนิดกันแบบสนุกๆ เมื่อไหร่ที่อยากใช้ช่วงเวลาดีๆ กับเพื่อนหรือคนพิเศษ เบียร์ Kronenbourg จะได้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ไม่เหมือนใครให้ทุกคน

หมุดที่ 1 รสชาติของความพรีเมียมแบบฝรั่งเศสที่รวมไว้ในความ Good Taste With A Twist  ของ Kronenbourg

ก่อนจะไปปักหมุดในสถานที่ต่างๆ ของเมืองที่มีเอกลักษณ์อย่าง Strasbourg เราอยากพาทุกคนไปล้วงความลับของ Kronenbourg ที่มีความพิเศษไม่ต่างจากเมืองต้นกำเนิดกันก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1664 Jerome Hatt ได้ทดลองทำเบียร์ Kronenbourg ขึ้นมาเพียง 1 ถัง แต่เมื่อเขาได้รับประกาศนียบัตร Master Brewer เขาจึงก่อตั้งโรงเบียร์ในใจกลางเมือง Strasbourg ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิหารในท้องถิ่น 

ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ Kronenbourg ของพวกเขาดีที่สุด โรงเบียร์แห่งนี้จึงคัดสรรส่วนผสมเบียร์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะ Strisselspalt Hops ซึ่งเป็นฮอปส์ที่มีต้นกำเนิดรอบเมือง Strasbourg แห่งแคว้น Alsace นี่เอง 

นอกจากนั้น พวกเขายังต้องการให้ Kronenbourg ซ่อนเอกลักษณ์บางสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้เพื่อให้ Kronenbourg แตกต่างจากเบียร์อื่นๆ ในท้องตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเบียร์จึงได้คิดค้นสูตรพิเศษขึ้น โดยนำเบียร์ที่ดีอยู่แล้วของแบรนด์ไปหมักร่วมกับพืชตระกูลส้มซีตรีสจนได้เป็น Kronenbourg ที่มีเอกลักษณ์ มีรสนิยม แต่ก็มีลูกเล่นให้ค้นหาแบบ Good Taste With A Twist

ไม่แปลกใจหาก Kronenbourg ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน ทั้งยังเป็นเบียร์พรีเมียมที่มีลูกเล่นจนได้รับการขนานนามว่าเป็นต้นตำรับแห่งเบียร์ Alsace อันดับ 1 ของฝรั่งเศสและได้รับความนิยมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

หมุดที่ 2 ดำดิ่งในประวัติศาสตร์กับ Strasbourg Cathedral มหาวิหารโกธิกที่สวยที่สุดในยุโรป

หมุดแรกที่ไม่มาไม่ได้คือ Strasbourg Cathedral หรือ Cathedral of Our Lady of Strasbourg อันสื่อถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Kronenbourg เพราะวิหารแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง เป็นมหาวิหารโกธิกที่สวยที่สุดในยุโรปและครั้งหนึ่งยังเคยเป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในคริสต์ศาสนจักรจนถึงศตวรรษที่ 19 ด้วย

Strasbourg Cathedral สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1015 ก่อนที่จะปรับปรุงเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกในปลายศตวรรษที่ 12 กว่าจะเสร็จสมบูรณ์จริงๆ ก็ใช้เวลนานถึง 424 ปีในการก่อสร้าง นอกจากส่วนหน้าอาคารแบบโกธิกที่งดงามหรูหราแล้ว ความอลังที่อยากให้ทุกคนสังเกตกันคือสารพัดสิ่งของที่นำมาตกแต่งในวิหาร 

ตั้งแต่โครงสร้างหลักสุดหรูหราจากหินทรายสีชมพูซึ่งขุดขึ้นจากเทือกเขา Vosges ความพิเศษคือหินทรายชนิดนี้จะเปลี่ยนสีไปตามแสงและช่วงเวลาของวัน ในอาคารยังมีรูปปั้นหลายพันชิ้นตั้งเรียงรายอยู่ ช่วยเสริมให้วิหารดูอลังการและขลังกว่าเก่า นอกจากนั้น ยังมีหน้าต่างกระจกสีที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 และ 14 ออแกนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นไม่เกินศตวรรษที่ 13  และที่พลาดไม่ได้คือนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ไม่ได้บอกเวลาอย่างเดียวแต่ยังระบุเวลาสุริยะ สัญลักษณ์ของจักรราศี ระยะของดวงจันทร์และตำแหน่งของดาวเคราะห์ ฯลฯ เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยง หุ่นกษัตริย์ของนาฬิกาจะก้มลงกราบพระกุมารเยซู 

เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำคัญที่ถ้าไม่มา ก็เหมือนไม่ถึง Strasbourg! เช่นเดียวกับถ้าอยากได้ความพรีเมียมของรสชาติและดื่มด่ำประวัติศาสตร์เก่าแก่ก็ต้องสั่ง Kronenbourg มาร่วมกับอาหารเมนูโปรด

หมุดที่ 3 Palais Rohan พระราชวังหรูหราที่กลายเป็นบ้านของพิพิธภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ

มาต่อกันที่หมุดที่ 3 อย่าง Palais Rohan หรือพระราชวังโรฮันสีน้ำตาลชมพูสุดหรูหราสื่อถึงความพรีเมียมของ Kronenbourg ได้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือสถาปัตยกรรมแบบบาโรกชิ้นเอกของฝรั่งเศสและนับเป็นสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของศตวรรษที่ 18

พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1732-1742 โดยมี Robert de Cotte เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ว่ากันว่า Robert de Cotte ได้ออกแบบให้ Palais Rohan มีรูปแบบคล้ายกับคฤหาสน์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส แรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของตระกูลขุนนางฝรั่งเศสโบราณอย่างเจ้าชายบิชอปและพระคาร์ดินัลแห่งราชวงศ์โรฮัน ต่อมาถูกครอบครองโดยขุนนาง เทศบาล สถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐ มหาวิทยาลัย และกลับมาเป็นสมบัติของเทศบาลอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี

เพราะการออกแบบที่หรูหราอลังการทั้งภายนอกและภายใน พระราชวังโรฮันจึงเคยเป็นที่พำนักของเจ้านายหลายคน ไม่ว่าจะพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 พระนางมารี อ็องตัวแน็ต นโปเลียนและโจเซฟีน โบนาปาร์ต นอกจากนั้นยังเคยเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรคที่สำคัญอีกหลายครั้ง

ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ พิพิธภัณฑ์โบราณคดี และพิพิธภัณฑ์มัณฑนศิลป์ นอกจากไปแวะที่นี่เพื่อชมความหรูหรางดงามของพระราชวังเก่าแก่ของเมือง ชาวอาร์ตก็จะได้เดินชมศิลปะในพิพิธภัณฑ์กันแบบฉ่ำๆ เหมือนกับที่ Kronenbourg นั้นสอดแทรกรสชาติความพรีเมียมหรูหราไว้พร้อมๆ กับ Twist ที่แปลกใหม่ บรรยากาศดีๆ กับคนพิเศษทีไรก็เลยต้องสั่ง Kronenbourg ทุกครั้ง!

หมุดที่ 4 เดินเล่น Petite France ถนนริมน้ำที่สวยงามดั่งเทพนิยาย

ขยับจากมหาวิหาร Strasbourg Cathedral มาอีกหน่อยเราก็จะเจอกับ Petite France ย่านประวัติศาสตร์อันสวยงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ที่สำคัญ บรรยากาศริมน้ำยังดีไม่ไหวชวนให้นั่งจิบเครื่องดื่มยามบ่ายกันเพลินๆ หรือใครจะเดินชมสถาปัตยกรรมและร้านค้าน่ารักน่าช้อปที่เรียงรายก็ดีอีกแบบ 

ในเชิงสถาปัตยกรรม Petite France นั้นเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสมัยยุคกลาง ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ Saint- Thomas และ Saint-Pierre-le-Vieux ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 และ 17 หรือจะเป็น Ponts Couverts ประกอบด้วยสะพานสามแห่งที่เคยมีหลังคาไม้ปกคลุมและหอคอยสี่แห่งที่สร้างขึ้นเป็นแนวป้องกันในศตวรรษที่ 14 ฯลฯ นอกจากนั้น ความน่ารักที่พลาดไม่ได้คือที่นี่ยังมีโครงสร้างอาคารกึ่งไม้แบบ Half-timbered ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในเยอรมันเพราะ Strasbourg นั้นอยู่ติดกับเยอรมันนั่นเอง

ในเชิงวัฒนธรรม ที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของช่างฟอกหนัง ชาวประมง และคนทำโรงสีช่วงยุคกลาง นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดตลาดคริสมาสต์สองแห่งสำคัญของ Strasbourg อีกด้วย ถือว่า Petite France นำเสนอความ Good Taste with a Twist ของ Kronenbourg ไว้ได้อย่างแนบเนียน

หมุดที่ 5 สายอาร์ตพลาดไม่ได้กับ Musée d'Art Moderne et Contemporain 

ในย่านประวัติศาสตร์ Petite France เมื่อครู่ที่เราพาไป ยังมีพื้นที่ศิลปะน่าสนใจอย่าง Musée d’Art Moderne et Contemporain หรือ Museum of Modern and Contemporary Art ตั้งอยู่ด้วย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส จัดแสดงคอลเล็กชั่นภาพวาด ประติมากรรม ศิลปะภาพพิมพ์ มัลติมีเดีย และงานออกแบบยุคอิมเพรสชั่นนิสม์จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะผลงานของ Gustave Doré, Vassily Kandinsky หรือ Max Ernst 

นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีห้องสมุดภาพถ่าย ห้องสมุดศิลปะ ร้านหนังสือศิลปะของพิพิธภัณฑ์เทศบาล และหอประชุมเอนกประสงค์สำหรับการประชุม การชมภาพยนตร์ และการจัดคอนเสิร์ตอยู่ด้วย หรือหากใครเดินเที่ยวเหนื่อยๆ ก็แวะจิบกาแฟกันได้ที่ระเบียงกว้างขวางของคาเฟ่ประจำพิพิธภัณฑ์

นอกจากเมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์เก่าแก่แล้ว ก็ยังมีพื้นที่ของศิลปะสมัยใหม่ให้เราได้เสพกันได้ไม่เบื่อ เช่นเดียวกับ Kronenbourg ที่แม้จะมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ยังคงนำมา Twist ให้มีความคลาสสิคเข้ากับอาหารของผู้คนได้ทั่วโลก

หมุดที่ 6 ชิมเมนูอร่อยจากร้านอาหารในตำนาน Maison Kammerzell 

รู้ไหมว่าอาหารขึ้นชื่อที่ Strasbourg ไม่ใช่อาหารฝรั่งเศสแบบที่ทุกคนคุ้นเคย! เพราะ Strasbourg ตั้งอยู่ในแคว้น Alsace ระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางและเป็นแนวเขตแดนฝรั่งเศส-เยอรมันดีๆ นี่เอง วัฒนธรรมอาหารของที่นี่จึงแปลกแตกต่างจากเมืองอื่นๆ จะฝรั่งเศสก็ไม่ใช่ จะเยอรมันก็ไม่เชิง แต่คืออาหารแบบชาวอัลเซเชี่ยน

ไม่ว่าจะเป็น Baeckeoffe ที่แต่ก่อนชาวบ้านจะนำผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่เหลือเคี่ยวรวมกับมันฝรั่งและไวน์ขาวก่อนส่งให้คนทำขนมปังในเมืองอบเป็นเมนูใหม่ หรือไม่ก็ Coq au Riesling ที่เมืองอื่นๆ จะนำไก่ไปอบกับเบอร์กันดีแต่เมืองแห่งนี้นำไปอบกับไวน์ขาวรสเปรี้ยว หรือ Tarte Flambée อาหารข้างทางที่คล้ายพิซซ่าแต่รสชาติแตกต่างอย่างสิ้นเชิง! เมนูเหล่านี้ก็มีพื้นฐานมาจากภูมิประเทศท่ามกลางหุบเขานั่นเอง

เมนูอาหารแปลกๆ ที่เราร่ายไปรวมถึงอีกสารพัดเมนูที่ไม่ได้บอกหาทานได้หลายร้านในเมืองเชียวล่ะ แต่ร้านที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือ Maison Kammerzell เพราะถือเป็นร้านในตำนานที่มีมาตั้งแต่ปี 1497 นอกจากอาคารตั้งแต่สมัยโกธิกตอนปลายและศิลปะเฟรสโกของศิลปินชาวอัลเซเชี่ยน Léo Schnug แล้ว ก็มีอาหารนี่แหละที่ทำให้ที่นี่น่าไปเยือนเมนูที่พลาดไม่ได้คือ Coq au Riesling และ Baeckeoffe ที่เราว่าไป แถมยังมี Foie gras ที่เสิร์ฟพร้อมบลูเบอร์รี่และขนมปังปิ้งด้วย 

เมนูอาหารและรูปทรงอาคารเก่าแก่ของที่นี่จึงคือตัวแทนของชาวอัลเซเชี่ยนได้ดี ไม่ต่างจาก Kronenbourg ที่เป็นเบียร์ต้นตำรับของอัลเซเชี่ยนแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่อยากใช้ช่วงเวลาดีๆ ที่ร้านอาหารกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนพิเศษ การมีเบียร์ Kronenbourg เสิร์ฟบนโต๊ะจึงช่วยให้เราดื่มด่ำเวลาดีๆ แบบนั้นได้อย่างลึกซึ้งและสนุกขึ้น

สัมผัสรสชาติความพรีเมียมแบบฝรั่งเศสผ่านเบียร์ Kronenbourg

อ่านจนถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากวาร์ปไปฝรั่งเศสแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ช้าก่อน ไม่ต้องตีตั๋วไปข้ามทวีปเราก็สัมผัสกับความพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งเศสกันได้ง่ายๆ ผ่าน Kronenbourg เบียร์ที่รวมทุกความโดดเด่นของเมืองไว้ในขวดเดียว

Kronenbourg เป็นเบียร์ข้าวสาลีที่หมักด้วยพืชตระกูลส้มซีตรัส รสชาติของ Kronenbourg จึงถือเป็น Good Taste With A Twist เหมือนพาเราไปสัมผัสวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่หรูหราแต่มีลูกเล่นได้ยังไงยังงั้น

ถ้าใครอยากสัมผัสความรู้สึกนี้เหมือนกัน ติดตามรายละเอียดความพรีเมียมแบบมีเอกลักษณ์ของ Kronenbourg ได้ที่เพจ Kronenbourg Thailand ได้เลย

RELATED POSTS

ผืนผ้า ความทรงจำ และทะเลที่ไม่หายไป: วัน แบงค็อก พาผลงานร่วมของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และ Guo-Liang Tan สู่ Singapore Biennale 2025
Advertorial
Posted on Feb 3
สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนเดินสำรวจแรงบันดาลใจทางการออกแบบ พร้อมจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านนิทรรศการ ตลาดอาร์ท และเวิร์กชอป ใน Bangkok Design Week 2026
Advertorial
Posted on Jan 30
Decoding Japan ถอดรหัสวิถีญี่ปุ่นที่นำมาสู่แนวคิด “คิดทุกหยดแบบนิปปอน” ของนิปปอนเพนต์ “สีญี่ปุ่น ที่คิดเพื่อคุณ”
Advertorial
Posted on Jan 30
ชวนไป ‘DG TAIWAN 2026’ อีเวนต์ ของคนรักคาแรกเตอร์ งานดีไซน์ และของขวัญสร้างสรรค์ แลนด์มาร์คสายครีเอทีฟที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ในปีนี้ 16 - 19 เม.ย. 2026
Advertorial
Posted on Jan 27