เมื่อควาหมายของหนัง อยู่ที่ ‘หนังของใคร’ บันทึกการ ‘ดูหนัง นั่งตึกเก่า’ กับลพบุรีที่ไม่ใช่เมืองลิง เมืองทหาร หรือเมืองโบราณ

Post on 19 March 2026

พอลิงน้อยพันช์คุงที่ญี่ปุ่นกลายเป็นไวรัลหลังโดนลิงตัวใหญ่ข่ม จังหวัด 'เมืองรอง' อย่างลพบุรีก็ถูกพูดถึงไปทั่วอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง ภาพเด็กนักเรียนหญิงถือไม้ไล่ลิงกลางเมืองกลายเป็นมีม ตอกย้ำภาพจำ 'เมืองลิง' ที่คนนอกคุ้นตา แต่บรรยากาศงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็น 'เมืองละโว้' เต็มไปด้วยการแสดงแสงสีเสียงเคียงโบราณสถาน และแฟชั่นสไบจับคู่กางเกงยีนส์ของผู้ร่วมงาน

เป้าหมายของเราในคืนวันเสาร์นั้นคือกิจกรรม 'ดูหนัง นั่งตึกเก่า' บนอาคารรูปทรงเรขาคณิตที่ชวนให้นึกถึงความทะเยอทะยานสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้งวาดฝันลพบุรีเป็นเมืองหลวงสำรอง ท่ามกลางชั้นทับซ้อนของ 'เมือง' หลายยุคหลายภาพจำ โปรแกรมหนังกลางแปลงในคืนนั้นไม่ได้เลือกยกภาพจำหนึ่งใดของลพบุรีขึ้นมาขยายเสียงเลย และนั่นอาจเหมาะสมที่สุด เพราะสิ่งที่ฉายไม่ใช่ภาพเมือง แต่คือเสียงของคนทำหนังที่สวมหมวกอีกใบในฐานะ 'คนลพบุรี'

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

สุรพงษ์ เพลินแสง ผู้กำกับจากโลกโฆษณา เจ้าของหนังสยองขวัญ 'CRACKED ภาพหวาด' และหนังแอคชั่น 'คนเดือดทวงแค้น' ที่เตรียมฉายทาง Netflix ในปีนี้ มาร่วมวงสนทนากับ กิตติธัช ซาไซย หรือโย คนทำหนังอารมณ์ดีที่กำลังพัฒนาผลงานรูปแบบใหม่ และ วรรณชนก ตรีเสถียร เจ้าของรางวัลช้างเผือกจากเทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 29 ทั้งสามคือส่วนหนึ่งของโปรแกรม 'Directed by Lopburian' ซึ่งยังรวมถึง 'ขอให้เราพบกันเมื่อตะวันแดง' โดย ณิชาภัทร สาระพันธุ์ และ 'Like maman, Like me' โดย ธัชสินี งวดชัย หนังสั้นทั้งหมดถูกนิยามง่าย ๆ ว่า 'กำกับโดยคนลพบุรี'

คำประกาศเช่นนี้ฟังดูเหมือนสัญญาณของวัฒนธรรมภาพยนตร์ที่เติบโตในพื้นที่ แต่เสียงจากคนทำงานกลับสะท้อนอีกด้าน 'อย่างพี่ท็อปเขามีประสบการณ์จากวงการโฆษณามาก่อน ถึงกลับมาใช้ชีวิตที่นี่ได้ พวกเราหลายคนยังต้องไปทำงานที่อื่น' กษิดิ์เดช มาลีหอม ผู้ก่อตั้ง 'ลพรามา' ผู้จัดงานเล่าว่า น้อง ๆ จำนวนไม่น้อยเรียนจบแล้วต้องออกจากเมืองเพื่อทำงานหนังที่อื่น การได้ฉายผลงานในบ้านตัวเองจึงเป็นทั้งการแนะนำตัว และการชี้ให้เห็นว่าเมืองนี้ไม่ได้แห้งแล้ง เพียงแต่พื้นที่สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ยังมีไม่มากพอ

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

ภายในอาคาร Art Deco Café and Gallery

เมื่อมองเข้าไปในตัวหนัง ประเด็นที่ปรากฏมีตั้งแต่ครอบครัวแตกสลายใน 'Abandoned House' ของโย ที่เด็กชายค้นพบว่าแม่กำลังจะขายบ้านทิ้งเขาไป หรือ 'Bon Appetit' ที่เริ่มต้นจากแม่ผู้มีอาการทางจิต ไปจนถึงการสำรวจความสูญเสียของเด็กสาวใน 'ขอให้เราพบกันเมื่อตะวันแดง' และ 'Like maman, Like me' รวมถึงชีวิตวัยเรียนของเด็กสาวที่เลือกเข้ากลุ่มสก๊อยใน 'สา(ก๊อย)' ของวรรณชนก แต่ละเรื่องใช้จังหวะต่างกัน บ้างระทึก บ้างเชื่องช้า บ้างเล่าแบบติดตลก

คำถามที่เราพกมาคือ น้ำเสียงของคนลพบุรีเป็นแบบไหน เมืองที่มีทั้งภาพจำลิง โบราณสถาน ยุคคณะราษฎร และเมืองทหาร ซ้อนทับกันหลายชั้น จะส่งอิทธิพลต่อรสนิยมและวิธีคิดของผู้กำกับเหล่านี้อย่างไร แต่บางทีคำถามเหล่านี้อาจเป็นความสงสัยของคนนอกมากกว่า เพราะเมื่อโจทย์คือการสื่อสารกับลพบุรีเอง ไม่ใช่การพรีเซนต์ซอฟต์พาวเวอร์ให้กรุงเทพฯ คำตอบอาจไม่จำเป็นต้องชัดเจนในหน้าจอ

โยเล่าว่าเขาเติบโตในพื้นที่ที่เหมือน 'อำเภอสุดท้ายของลพบุรี' ก่อนถึงชัยภูมิ ที่นั่นไม่มีลิง มีแต่รูปปั้นลิง สิ่งที่เห็นบ่อยคือคนต่างถิ่นเข้ามาสร้างบ้าน ตั้งรกราก แล้วหายไปในไม่กี่ปี ทิ้งบ้านร้างไว้เป็นร่องรอย 'สถาปัตยกรรมของมนุษย์' ความรกร้างเช่นนี้จึงปรากฏในหนังของเขา ขณะที่วรรณชนกนิยามคำว่า 'สก๊อย' เป็นจริต เป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง แม้ไม่มีสัญลักษณ์ลพบุรีชัดเจน แต่คนในพื้นที่อาจรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือ 'ทรง' แบบหนึ่งที่อยู่ในเมืองนี้

นอกจากสร้างแรงกระทบทางอารมณ์ หนังเหล่านี้ยังเป็นหลักฐานถึงศักยภาพ และข้อจำกัดของระบบ พี่เต้ยเล่าว่า ยังมีคนทำหนังอีกหลายคนที่ต้องปรับตัวตามวัฏจักรตลาดแรงงาน บางคนยังอยู่ในวงการในกรุงเทพฯ บางคนก็ไปทำแอนิเมชัน แต่ไม่ได้ละทิ้งสิ่งที่เรียนมา หากมีโอกาส หลายคนก็ยังอยากทำหนัง

คำถามจึงขยายออกไปถึงโครงสร้าง สถาบัน และเทรนด์หนังที่มักกระจุกตัวในกรุงเทพฯ กรอบวิธีคิดเหล่านี้กำหนดรูปแบบการเล่าเรื่องของคนแต่ละพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เรื่องธรรมดาบางเรื่องต้องถูกทำให้ตลกหรือเร่งเร้าอารมณ์เพียงเพื่อให้ 'เป็นหนัง' หรือไม่

นอกเหนือจากโปรแกรม 'Directed by Lopburian' งานยังมีโปรแกรม 'Or maybe Lopburi isn't romantic.' ที่หยิบ 'Before Sunrise' และ 'Before Sunset' ของ Richard Linklater และ 'Comrades Almost a Love Story' ของ Peter Chan มาฉาย พร้อมคำถามว่า หรือจริง ๆ แล้วลพบุรีไม่โรแมนติก โปรแกรม 'Timeless' ฉายหนังไทยคลาสสิกอย่าง 'สันติ-วีณา' 'แพรดำ' และ 'โรงแรมนรก' เคียงอายุอาคาร Art Deco Café and Gallery อดีตโรงแรมทหารบกยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งตั้งอยู่หลังศาลพระกาฬ ใจกลางเมือง และใน 'Lopburi on Screen' ยังมี 'ที่รัก' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ซึ่งพี่เต้ยมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่บันทึกกลิ่น เสียง และชีวิตผู้คนไว้ได้เกินกว่าความบันเทิง

ในมิติการท่องเที่ยว ลพบุรีอาจพึ่งงานแสงสีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เช่นเดียวกับที่จังหวัดประวัติศาสตร์อื่นก็มีงานลักษณะคล้ายกัน และสำหรับชาวต่างชาติ ลพบุรีอาจยังถูกจดจำผ่านเรื่องลิงมากกว่าอย่างอื่น แต่เมืองไม่ได้มีแค่วังหรือโบราณสถาน ยังมีคนรุ่นใหม่ และเรื่องราวใหม่ที่รอการเล่า

อาคาร Art Deco Café and Gallery ซึ่งเคยเป็นโรงแรมทหารบกที่ปิดร้างมานาน ถูกชุบชีวิตขึ้นด้วยความศรัทธาในประวัติศาสตร์ของผู้ดูแลพื้นที่ เพื่อให้คนภายนอกรู้ว่าที่นี่มีของดี และสามารถกลายเป็นพื้นที่กิจกรรมใหม่ได้อีกครั้ง

ลพบุรีไม่ใช่เมืองเดียวที่มีประวัติศาสตร์หลายชั้นทับซ้อน และอาจไม่จำเป็นต้องเรียกความไม่สม่ำเสมอนั้นว่า 'เสน่ห์'

หากเราพยายามนิยามว่าหนังไทยคืออะไร สถาปัตยกรรมไทยคืออะไร หรือเมืองท่องเที่ยวไทยควรเป็นแบบไหน เรามักเห็นภาพหลักชัดเจนขึ้นมา และปล่อยให้ภาพอื่นลอยอยู่ชายขอบ แต่ถ้าเราวางคำถามเดิมลง ไม่รีบสรุปว่าหนังไทยต้องมีคุณสมบัติอะไร ไม่จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อสร้างภาพจำแบบขายง่าย หากเริ่มต้นจากคำถามว่าจะสนับสนุนชุมชนของตัวเองอย่างไร แทนที่จะถามว่าแบรนด์จะได้อะไรจากงานนั้น แล้วลอกเลียนซ้ำภาพเดิม ๆ ของความอาร์ตแบบหาเงินง่ายไปเรื่อย ๆ เมืองอย่างลพบุรีอาจไม่จำเป็นต้องตะโกนความเป็นตัวเองผ่านโชว์ยิ่งใหญ่หรือขายความท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว เพราะสิ่งที่เป็นลพบุรีอาจปรากฏอยู่แล้วในเรื่องเล่าเล็ก ๆ เหล่านี้ เพียงพอให้คนในพื้นที่สัมผัส

พันโทไชยเชษฐ์ อุกาวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Art Deco Café and Gallery

พันโทไชยเชษฐ์ อุกาวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Art Deco Café and Gallery