NIXSA JINGLE การสื่อสารทางจิตวิญญาณในดนตรี กับการด้นสดและความเป็นไทยใน The Echo of Thai Sound

Post on 23 August 2026

“มันเหมือนเป็นโมเมนต์ที่จิตวิญญาณมันคุยกัน มันเชื่อมต่อกันยังไง มันเชื่อกันยังไง” มีน — นิกษา แสนใจบาล นักร้องนำและหัวหอกของ NIXSA JINGLE วงดนตรีเจ้าของดนตรีชวนโยกกับเนื้อเพลงอย่าง “โอ้ ~ พระเต็มคอ ~ วอนหลวงพ่อ ~ I CAN NOT BREATH”

พวกเขาเป็นหนึ่งใน “ซาวด์แบบไทย ๆ” ในโครงการ The Echo of Thai Sound ซึ่ง Marshall Livehouse คัดเลือกเพื่อส่งเสริมเสียงของดนตรีไทยรุ่นใหม่ให้ไประดับสากล ดนตรีของพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของ “ราก” ทางวัฒนธรรมของไทย ไม่ว่าจะในบันไดเสียงที่ชวนให้นึกถึงเครื่องดนตรีไทย หรือจังหวะที่ใครได้ยินก็ต้องเต้นได้ตามธรรมชาติ แต่เราก็ไม่อยากอธิบายอะไรมาก เพราะก็อย่างที่เขาบอก “สมมติถ้าเป็นวงดนตรีทั่วไป เราจะต้องมีทฤษฎี มีอะไรที่ใช้ร่วมกัน แต่วงนี้มันเหมือนไม่ต้องพูดกันเยอะ ไม่ต้องบอก ไม่ต้องสื่อสารด้วยภาษาอื่นเลย แค่นั่งแจมแล้วก็เล่นด้วยกันได้”

มันคือความรู้สึกเชิงจิตวิญญาณ ซึ่งอยู่ทั้งในงาน และในวิธีคิดของสมาชิกวงทั้งเก้าคน ในบทสนทนาของ GROUNDCONTROL และ NIXSA JINGLE เราชวนเขามาคุยกันเรื่องแนวทางการซ้อมและทำเพลงของวง นิยามของเวิลด์มิวสิกในแบบพวกเขา ความสำคัญของการด้นสด และความหมายของการ “ร่วมสมัย”

“ธรรมชาติจัดสรร”

NIXSA JINGLE กำเนิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อปลายปี 2024 จากก่อนนี้ที่มีนทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว ค้นหาภาษาทางดนตรีที่สะท้อนการเดินทางภายในของตัวเอง ก่อนที่การค้นหานั้นจะขยายกลายเป็นการรวมตัวของนักดนตรีที่มีความสนใจร่วมกันในเวิลด์มิวสิก สุนทรียะแบบไทย และอิสระในการทดลองข้ามพ้นกรอบแนวเพลง

“เริ่มแรกมันจะเริ่มที่มีที่เป็น NIXSA คนเดียวมาก่อน” มีนเล่า “แต่พอมีงานเข้ามาเราก็ต้องเล่นเป็นวง แล้วเราก็อยากเล่นกับเพื่อน พอได้ไปเล่นกับเพื่อนเราก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีพลังมากขึ้น แล้วการได้เล่นกับเพื่อนมันมีจิตวิญญาณ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราอยากนำเสนอมากกว่าการเป็นศิลปินเดี่ยว เราก็เลยเลือกที่จะกลายเป็น NIXSA JINGLE แล้วก็มีเพื่อน ๆ ที่รวมตัวกันทั้งหมด 9 คน ซึ่งมันดีมากที่ทุกคนสนใจในเรื่องเดียวกัน เรื่องรากเหง้า วัฒนธรรมอะไรอย่างนี้เหมือนกัน เลยกลายเป็นแบบนี้”

ตั้งใจให้เป็นเลขเก้าหรือเปล่า — เราถาม — “มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า” พวกเขาตอบ “เราไม่ได้มีที่มาที่ไปชัดเจนว่าต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น มันเหมือนธรรมชาติจัดสรรเหมือนกัน”

สมาชิกทั้งหมดของวง Nixsa Jingle ขณะนี้ประกอบไปด้วย
Nixsa Saenjaibal (Meen) Vocal & Trumpet & Traditional instrumental
Preedipat Kampan (Palm) Drum
Thanawin Bangpracharoen (Time) Bass
Rucha Amatyakul (Jeep) Guitar & Synth & Traditional instrumental
Punapat Manoonpanit (Best) Guitar Solo
Krittanon Raknoon (Khem) Keyboard
Nat Losinkham (Boss) Sax & Flute & Traditional instrumental
Thidarat Singsuwan (Bell) Chorus & Percussion
Phannarin Chantrapirom (Jane) Chorus

เสียงสะท้อนจากความ “ไทย”

ท่ามกลางอุตสาหกรรมดนตรีไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าจับตามองที่สุดช่วงหนึ่ง เต็มไปด้วยการเติบโตของศิลปินอิสระ ซีนดนตรีที่หลากหลาย และคนรุ่นใหม่ที่หันกลับมาสร้างงานจากรากฐานวัฒนธรรมของตัวเอง ‘Marshall Livehouse’ พื้นที่ทางวัฒนธรรมและดนตรีโดยแบรนด์ดนตรีระดับประวัติศาสตร์ ณ ย่านเจริญกรุง ได้เปิดตัวโครงการ ‘The Echo of Thai Sound’ เพื่อค้นหาและสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่ รวมถึงศิลปินจากชุมชนดนตรี (Grassroots Artists) ที่มีแนวคิด เสียง และทิศทางเป็นของตัวเอง โดยจับมือกับสองพันธมิตรใหญ่คือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่นานาชาติ

NIXSA JINGLE คือหนึ่งใน 6 วงที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เคียงข้างกับ Office Syndrome, The Hymmapan Electron, Ford Trio, Fordecision และ Rattanakosin Breakin Crew กลุ่มวงดนตรีที่มีสไตล์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่อินดี้ป็อป ฮาร์ดคอร์พังก์ ไปจนถึง Isan Cyber แต่ต่างก็มีจุดร่วมเดียวกันคือการสร้างภาษาดนตรีที่เป็นของตัวเองจากรากฐานวัฒนธรรมไทย

หลังจากได้เข้าร่วม Master Class และ Workshop Program พวกเขาเตรียมปิดท้ายโครงการด้วยคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่ Marshall Livehouse พร้อมเซอร์ไพรส์จากศิลปินระดับตำนานที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองอีกหนึ่งก้าวสำคัญของดนตรีไทยร่วมกัน

สำหรับ NIXSA JINGLE พวกเขาเห็นว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยตั้งเป้าหมายให้วงเลย เหมือนทำงานไหล ๆ ไปเรื่อย ๆ เพลงจะพาไปไหนเราก็โอเคทั้งนั้น แต่พอเริ่มมีความรู้ เราก็เริ่มเข้าใจว่า จริง ๆ มันไปได้ไกลกว่านี้ เราสามารถที่จะพาตัวเองออกไปตรงไหนก็ได้ แต่ว่าเราแค่ต้องรู้วิธีการขั้นตอนที่เราอยากจะทำ” มีนเล่า

โดยเฉพาะเรื่องการหาทุนที่มีนบอกว่าเป็นสิ่งที่โครงการเปิดมุมมองให้อย่างชัดเจน “เราเห็นภาพชัดขึ้นว่ามีทางไหนบ้างที่เราจะสามารถหาเงินทุน หาสปอนเซอร์ มันเห็นความเป็นไปได้ที่เราจะสามารถต่อยอดทำนู่นทำนี่ให้วง”

“มันคือสิ่งที่เราชอบ เราค่อนข้างหลงใหล ในเรื่องนี้ร่วมกัน ก็เลยรู้สึกสนุกในการผลักดันร่วมกันอย่างนี้”

"คนไทยเรานำสิ่งต่าง ๆ มาดัดแปลงได้เสมอ และความเป็นไทยเองก็ตีความหมายได้ใหม่เรื่อย ๆ เลยด้วย​” มีนตอบ เมื่อเราถามถึงนิยามซาวด์ดนตรีแบบ “ไทย ๆ” ของพวกเขา “เราไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับความเป็นไทยแบบเดิม แน่นอนว่าเราก็เห็นความสำคัญของการเคารพและรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ แต่ก็อยากดัดแปลงให้สิ่งเหล่านั้นเข้าถึงคนภายนอกได้ เหมือนกางเกงช้าง (หัวเราะ)”

ในงาน Bangkok World Music Day ที่เพิ่งผ่านมา ชาวต่างชาติคนหนึ่งเข้ามาหาเธอหลังโชว์ “เขาบอกว่า เฮ้ย ฉันขอบคุณมากเลยที่เธอเพอร์ฟอร์มวันนี้ ฉันรู้สึกว่ามันมีค่ามาก แล้วก็บอกว่าสิ่งที่เราได้ฟัง มันเหมือนทำให้โลกทั้งใบตอนนี้มีความหวังขึ้น” มีนเล่าประสบการณ์ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณว่าพวกเขากำลังเดินทางมาถูกทิศแล้ว

“เรารู้สึกว่าดนตรีของเราก็เป็นสื่อ เรื่องสันติภาพเรื่องโลกมันไปถึงเขาในรูปแบบนี้ เราก็รู้สึกว่ามันคือความเป็นไทยแบบหนึ่งเหมือนกัน ในการถ่ายทอดออกมา”

เมื่อถามถึงความฝันระยะยาวของพวกเขา เขามองเป้าหมายไปยัง world music festival ใหญ่ ๆ ของโลก และการร่วมงานกับต้นแบบศิลปินเวิลด์มิวสิกระดับนานาชาติที่ยังคงยืนอยู่บนรากวัฒนธรรมของตัวเองอย่างมั่นคง ในขณะที่ยังฟังดูร่วมสมัย พวกเขาพูดถึงวงอย่าง Huun-Huur-Tu ซึ่งเคยมาแสดงที่เมืองไทยในเทศกาล Wonderfruit “ศิลปินบางคนเขาอยู่ในระดับนานาชาติแล้ว แต่ในดนตรีเขามีรากของตัวเองอย่างแข็งแรง จากวัฒนธรรมที่เขาโตมา เราสนใจเรื่องอย่างนี้เหมือนกัน” มีนอธิบาย

“บางทีถึงจะเป็นดนตรีอิเลกทรอนิกส์ผสมอยู่ด้วยแต่รากเหง้าของดนตรีเขาก็ยังชัดด้วย” เบสต์เสริม “เราประทับใจเพลงที่มันดูโมเดิร์นมาก แต่ก็ยังรู้สึกถึงความขลังของเขาอยู่ — แต่ก็ไม่ได้รู้สึกโบราณ มันคือความลงตัวที่เราก็อยากเข้าใจตรงนั้นเหมือนกัน ซึ่งก็ต้องเข้าใจทั้งรากและเข้าใจยุคสมัยปัจจุบัน” และนั่นอาจอธิบายแนวดนตรีเขาได้อย่างชัดเจนที่สุด คือเวิลด์มิวสิกที่ “ร่วมสมัย” มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

_ติดตามความเคลื่อนไหวของ NIXSA JINGLE และเรื่องราวศิลปินไทยรุ่นใหม่อีก 5 วงในโครงการ The Echo of Thai Sound ได้ทาง Instagram และ Facebook

RELATED POSTS

‘NEO-THAI’ สำรวจการตีความไทยใหม่จาก ‘สยามเซ็นเตอร์’ พร้อมชวน ARTSAVEWORLD ศิลปินไทย เปิดพื้นที่ปลุกพลัง Super Culture ผ่านศิลปะ ผู้คน และวัฒนธรรม วันนี้ - 30 ก.ย.
Advertorial
Posted on Aug 19
ROMM Convent เมื่อศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ผ่านดีไซน์และภูมิทัศน์ทางอารมณ์
Advertorial
Posted on Aug 7
เพราะน้ำท่วมคือเรื่องใกล้ตัว Level Up the Care by Allianz Ayudhya ยกระดับ...ความเป็นห่วง ชวนให้รับมือน้ำท่วม ผ่านเขาวงกตห่วงยางอิมเมอร์ซีฟอาร์ตเข้าใจง่าย
Advertorial
Posted on Aug 5
ปรัชญาแห่งการใช้ชีวิตอย่างมี ‘ศิลปะ’: สำรวจสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัยที่ถักทอจากวัสดุ งานฝีมือ ความชำนาญของช่าง และวิศวกรรมในแบบฉบับ 'Sansiri Artful Quality'
Advertorial
Posted on Aug 3