สำรวจท่วงทำนองแห่งชีวิตของศิลปินผู้ใช้เสียงดนตรีต้านเผด็จการ ในคอนเสิร์ต Hong Kong Philharmonic Orchestra :Shostakovich Piano Concerto

Post on 17 October 2023

หากพูดถึงชื่อของ ‘Shostakovich’ หรือที่เราเรียกกันแบบเต็ม ๆ ว่า ‘ดมิทรี โชสตาโควิก (Dmitri Shostakovich)’ นักประพันธ์ดนตรีชื่อดังชาวรัสเซีย หลายคนน่าจะจดจำเขาได้ในฐานะของผู้ประพันธ์เพลง ‘Piano Concerto No.2’ ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องดังในตำนานของค่ายดิสนีย์อย่าง ‘Fantasia 2000’

ทว่าหากเราจะพูดถึงเขาให้ลึกซึ้งขึ้นมาอีกหน่อย ก็จะพบว่าเบื้องหลังชีวิตของศิลปินเอกคนนี้มีทั้งความน่าสนใจและชวนเศร้าในคราวเดียว เพราะแม้จุดเริ่มต้นในชีวิตนักดนตรีเขาจะเทียบเท่าได้กับโมสาร์ท ที่ฉายแววอัจฉริยะมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการแต่งเพลงของตัวเองได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี แต่กลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงเกมการเมืองของประเทศรัสเซีย และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับโลกฝั่งประชาธิปไตย

ด้วยเหตุนี้ ต่อให้โชสตาโควิกจะเปี่ยมไปด้วยความสามารถมากล้นสักแค่ไหน เขาก็ต้องแต่งเพลงให้ตรงใจของพรรคคอมมิวนิสต์ แม้ว่าเขาจะพยายามแต่งเพลงตามความชอบของตัวเอง แต่ก็มักจะถูกสั่งระงับไม่ให้แสดงอยู่เสมอ ลามไปจนถึงการสั่งแบนไม่ให้เขาขึ้นแสดงอยู่หลายครั้ง ซึ่งหลังจากแบ่งรับแบ่งสู้อยู่นาน บางครั้งโชสตาโควิกก็ลุกขึ้นมาแต่งเพลงเพื่อตอบโต้ฝั่งรัฐบาลที่กดดันและทำร้ายเขาทางอ้อมบ้างเหมือนกัน

จนกระทั่งในยุคหลังเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มสงบลง ผลงานของโชสตาโควิกก็เริ่มได้รับการยอมรับและกล่าวถึง รวมถึงการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายจากหลายสถาบัน อีกทั้งเขายังโด่งดังจนได้ขึ้นปกนิตยสาร Time ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย แต่เนื่องจากประวัติชีวิตที่ไม่ได้ราบรื่นสวยงาม ทั้งในด้านการเมืองและชีวิตส่วนตัว ก็ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เนือง ๆ

อย่างไรก็ตามการได้เฝ้ามองบทเพลงแต่ละชิ้นของเขา ก็ชวนให้เราตั้งคำถามขึ้นมาเหมือนกันว่า ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา เราจะตัดสินใจอย่างไรดี ทั้งการสร้างผลงานเพื่อตอบสนองอุดมการณ์ทางการเมืองที่คุ้มหัวคนทั้งชาติในเวลานั้นอยู่ หรือทำผลงานตามที่ใจปรารถนา ทว่าครอบครัวและตัวเองจะต้องพบกับความลำบากไม่รู้จบ ซึ่งจากบทสรุปทั้งมวลก็ทำให้เรามองเห็นแล้วว่า หนทางที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่หักไม่งอและพยายามทำทุกอย่างไปพร้อมกันของโชสตาโควิก ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย เพราะมันสามารถทำให้เขาดำรงชีวิตต่อมาได้ยาวนานถึง 70 ปี และยังทำให้บทเพลงทั้งหมดเป็นที่รู้จักด้วย

และถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ตัวตนของเขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผลงานของเขาก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการออร์เคสตรามาตลอด โดยแต่ละวงดนตรีก็จะมีการสอดแทรกและปรับแต่งความเป็นตัวเองลงไปให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่แปลกใหม่ด้วย ซึ่งล่าสุดประเทศไทยของเราก็กำลังจะมีการนำบทเพลงของโชสตาโควิกมาบรรเลงให้เราฟังกันสด ๆ ในเทศกาล Hong Kong Week@Bangkok 2023 ที่ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับวงที่จะมาปลุกชีวิตและเสียงดนตรีของโชสตาโควิกให้เราได้ฟังกันในครั้งนี้ ก็คือวง ‘Hong Kong Philharmonic Orchestra's’ วงออร์เคสตราชั้นนำของเอเชีย จากฮ่องกง ที่เคยทำการแสดงไปทั่วโลกมาแล้วมากกว่า 150 โชว์ ภายในระยะเวลา 44 สัปดาห์ จนมีฐานแฟนที่รอคอยการแสดงของพวกเขามากถึง 200,000 คน และยังได้รับรางวัล ‘Gramophone Orchestra of the Year Award’ ไปเมื่อปี 2019 อีกด้วย

ในโชว์ครั้งนี้คนที่มาทำหน้าที่ควบคุมการบรรเลงในครั้งนี้ ก็คือ ลีโอ ก๊วกมาน (Lio Kuokman) และยังมีสองนักดนตรีไทยอย่าง ภูมิ พรหมชาติ (Poom Prommachart) มาบรรเลงเปียโน และ นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม (Nitiphum Bamrungbanthum) มาบรรเลงทรัมเป็ตคู่กันให้เราฟังด้วย

ซึ่งก่อนที่เราจะได้ไปเพลิดเพลินกับบทเพลงที่พวกเขาตั้งใจรังสรรค์ให้เราฟังกันในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 นี้ GroundControl ก็ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยแบบคลุกวงในกับคุณ Timothy Tsukamoto , the Director of Artisic Planning of Hong Kong Philharmonic Orchestra แบบเจาะลึก ถึงเบื้องหลังความน่าสนใจของการนำบทเพลงของโชสตาโควิกมาแสดงใหม่ในสไตล์ของพวกเขา ให้แฟน ๆ ชาว GroundControl ได้อ่านเรียกน้ำย่อยกันก่อน

ทุกคนคิดว่าการแสดงของวง Hong Kong Philharmonic Orchestra's ที่กำลังจะจัดแสดงในประเทศไทยครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร? และมีอะไรที่เอกลักษณ์พิเศษแบบไหนบ้างหรือเปล่า?

HK Phil Team: ในมุมมองของพวกเรา คอนเสิร์ต Hong Kong Philharmonic Orchestra’s (HK Phil) ที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่นำเสนอผลงานที่มีเอกลักษณ์พิเศษผสมผสานกันหลายอย่างมาก ๆ เพราะเราต้องคิดและใช้เวลาในการรังสรรค์ทั้งหมดขึ้นมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ดนตรีที่หลากหลาย อิทธิพลทางดนตรีที่น่าสนใจ และวิธีการเล่าเรื่องอย่างไรให้ออกมาสดใหม่น่าค้นหาด้วย

HK Phil Team: สังเกตได้จากแต่ละบทเพลงที่เราเลือกมาใส่ไว้ในโปรแกรมการแสดง ที่แสดงให้เห็นถึงสไตล์ดนตรีที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของท่วงทำนองและยุคสมัย เช่น ถ้าเรามองไปที่เพลง ‘La valse’ ของ ราเวล (Ravel) บทเพลงดังจากยุคอิมเพรสชั่นนิสต์ เราก็จะรู้สึกว่าท่วงทำนองและดนตรีที่ได้ยินมันชวนให้รู้สึกหัวหมุน ในทางกลับกันถ้าเราลองฟังเพลงอย่าง ‘Piano Concerto No. 1’ ดูบ้าง ก็จะสัมผัสได้ถึงอิทธิพลทางดนตรีที่ผสมผสานระหว่างความเป็นนีโอคลาสสิกกับดนตรีพื้นบ้านของรัสเซีย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโชสตาโควิกที่ไม่เหมือนใคร และท้ายที่สุดก็คือเพลง ‘Scheherazade’ ของ นีโคไล ริมสกี-กอร์ซากอฟ (Nikolai Rimsky-Korsakov) ที่เป็นเพลงซิมโฟนีแบบสดใส ๆ และแปลกใหม่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิทานเรื่อง ‘A Thousand and One Nights’ หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ ‘อาหรับราตรี’ ที่พวกเราตั้งใจเรียบเรียงใหม่ให้เข้มข้นขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีชีวิตชีวามากกว่าเดิม

สังเกตว่าในคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีเพลงทั้งหมดสามเพลง เลยอยากให้ทุกคนช่วยแชร์ให้ฟังสักหน่อยว่ามีวิธีการเลือกอย่างไร แล้วต้องการส่งอารมณ์แบบไหนมาสู่ผู้ฟังบ้าง?

HK Phil Team: ทั้งสามเพลงที่พวกเราเลือกมา เราตั้งใจที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับห้วงอารมณ์ทางดนตรีแบบกว้าง ๆ และหลากหลาย เพราะแต่ละเพลงจะให้อารมณ์ที่ไม่ซ้ำกันเลย เริ่มตั้งแต่เพลง La Valse ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและชวนฝัน ก่อนจะไปต่อกันที่บทเพลงที่กระแทกกระทั้นอารมณ์ที่รุนแรงมากขึ้นอย่าง Piano Concerto No. 1 และปิดท้ายด้วยความเร้าใจของการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง Scheherazade ที่ชวนให้ทุกคนได้ลองเดินทางเข้าไปโลกแห่งอาหรับราตรี กับเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางอารมณ์ ที่คอยกล่อมให้เราเพลิดเพลินไปตลอดทั้งคอนเสิร์ต

ผลงานของโชสตาโควิกขึ้นชื่อเรื่องความลึกซึ้งและซับซ้อนทางอารมณ์ การนำบทเพลงของเขามาแสดงในครั้งนี้ พวกคุณต้องเตรียมตัวอย่างไร และคิดว่ามีความท้าทายอย่างไรบ้าง

HK Phil Team: ต้องยอมรับเลยว่าการตีความดนตรีขอโชสตาโควิกนั้นท้าทายจริง ๆ เพราะมีความซับซ้อนและรายละเอียดยิบย่อยหลายชั้นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบริบททางประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ห้วงอารมณ์ของผู้แต่ง รวมถึงความอ่อนไหวที่เขามักใส่ลงไปในบทเพลงจนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้ส่งผลให้ดนตรีของโชสตาโควิกสะท้อนอารมณ์ที่หลากหลายออกมาได้ดีมาก ตั้งแต่ความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ความสิ้นหวัง และการเสียดสีประชดสุดแสบทรวง พวกเราเลยต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้อยู่นาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงนี้ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องเจาะลึกอารมณ์ของดนตรีและถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นให้กับผู้ชมอย่างแท้จริงออกมาให้ได้

HK Phil Team: เพื่อนำแก่นแท้ของความเป็นโชสตาโควิกมาถ่ายทอดให้กับผู้ฟังทุกคนได้อย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง พวกเราทุกคนในทีมเลยต้องศึกษาและฝึกฝนกันเป็นรายบุคคลก่อน จากนั้นจึงค่อยมาฝึกซ้อมและทำงานร่วมกันอย่างหนักในภายหลัง เพราะการทำดนตรีเป็นมากกว่าการเล่นโน้ตเพียงอย่างเดียว แต่เราคือทีมที่ต้องส่งอารมณ์ถึงผู้ชมไปพร้อม ๆ กัน

HK Phil Team: ดังนั้น ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ผู้ฟังเลยจะได้ฟังภาษาดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของโชสตาโควิก ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของท่วงทำนองที่ไม่ค่อยลงรอยกัน ให้ความรู้สึกมืดหม่นปนประชดประชัน แต่ก็เต็มไปด้วยจังหวะอันทรงพลังที่แทรกซึมเข้าไปถึงจิตใจของทุกคนได้

นอกจากเรื่องความลึกซึ้งแล้ว ผลงานของโชสตาโควิกก็ยังสะท้อนถึงการเมืองและบริบททางสังคมในยุคสมัยของเขาด้วย คุณพอจะเล่าให้เราฟังได้ไหมว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร

HK Phil Team: ทุกคนสามารถสัมผัสเรื่องราวนี้ได้ในพาร์ทของเพลง ‘Piano Concerto No. 1’ โดยนอกเหนือจากเรื่องของอารมณ์ที่เราเคยพูดกันไปในตอนต้นแล้ว ถ้าดูในแง่ของประวัติความเป็นมา บทเพลงนี้ก็นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงช่วงชีวิตหนึ่งของโชสตาโควิก ที่ถูกบริบทการการเมืองและสังคมกดดันเขาได้ชัดเจนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพลงนี้คือเพลงที่เขาประพันธ์ขึ้นในปี 1933 ซึ่งเป็นยุคที่โชสตาโควิกถูกตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวดสุด ๆ เพื่อควบคุมให้เขาอยู่ในกรอบอุดมการณ์แบบสังคมนิยมและรับใช้โซเวียตตามที่รัฐบาลต้องการ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถก้าวข้ามความกดดันเหล่านั้นและแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาผ่านดนตรีได้

HK Phil Team: ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าบทเพลง ‘Piano Concerto No. 1’ จะกำเนิดขึ้นมาจากความกดดัน และต้องมีความสอดคล้อง (อวย) กับระบอบการปกครองโซเวียตอยู่บ้าง แต่ในองค์ประกอบลึก ๆ รวมถึงอารมณ์ของเพลงแล้ว เราจะเห็นเลยว่ามันมีความประชดประชัน เสียดสี และความมุ่งร้ายหมายจะบ่อนทำลายบางสิ่งบางอย่างที่โชสตาโควิกแอบใส่เข้ามาอยู่ เมื่อมาผสมเข้ากับท่วงทำนองแบบนีโอคลาสสิก สลับกับดนตรีแนวขี้เล่นเบาสมอง ก็ทำให้ในเพลงเดียวจะมีหลายอารมณ์ผสมปนเปกันอยู่หลายชั้นจนเข้มข้นและไม่ลงรอยกันจนสังเกตได้เลย

Photo Credit: Jane Chiang

Photo Credit: Jane Chiang

เห็นว่าในคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเปียโนเท่านั้นที่เป็นตัวเอกของการแสดง แต่ทรัมเป็ตเองก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนเรียกได้ว่ามีสัดส่วนเท่า ๆ กันเลย เลยอยากให้ช่วยบอกถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการเลือกทำการแสดงแบบนี้ และจับเครื่องดนตรีทั้งสองชนิดมาเข้าคู่กันหน่อย

HK Phil Team: แม้คอนเสิร์ตนี้จะชื่อว่าเปียโนคอนแชร์โต แต่มันเหมือนดับเบิลคอนแชร์โตมากกว่า เพราะทรัมเป็ตและเปียโนมีบทบาทเท่า ๆ กันเลย โดยทรัมเป็ตจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงบทสรุปและเริ่มบรรเลงทันทีหลังจากจบช่วงโซโลของเปียโน ที่เป็นแบบนี้เพราะเราอิงมาจากความต้องการดั้งเดิมของผู้ประพันธ์เพลงอย่างโชสตาโควิก ที่เคยเล่าไว้ว่าตอนแรกเขาวางแผนที่จะเขียนคอนแชร์โตสำหรับทรัมเป็ตและวงออร์เคสตรา จากนั้นจึงเพิ่มเปียโนเพื่อทำให้เป็นคอนแชร์โตคู่ จนกลายเป็นเปียโนคอนแชร์โตพร้อมทรัมเป็ตเดี่ยว ซึ่งก็คือโชว์ที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้นั่นเอง

สำหรับคนที่เพิ่งสนใจในดนตรีคลาสสิก หรือแฟน ๆ รุ่นใหม่ที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับดนตรีประเภทนี้มากนัก ในฐานะนักดนตรี พวกคุณคิดว่าพวกเขาจะสามารถคาดหวังอะไรในคอนเสิร์ตนี้ได้บ้าง และมีโชว์ไหนที่อยากให้ผู้ชมตั้งใจฟังเป็นพิเศษไหม?

HK Phil Team: สำหรับผู้ฟังที่เพิ่งรู้จักดนตรีคลาสสิก ดนตรีคลาสสิกก็เหมือนกับกับดนตรีประเภทอื่น ๆ เลย หากอยากคุ้นเคยมากขึ้น ก็เริ่มต้นได้จากการเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ สำรวจองค์ประกอบต่าง ๆ ของดนตรี และปล่อยให้อารมณ์และจินตนาการของคุณเองเป็นตัวนำทาง หรือถ้าอยากให้เราไกด์ว่าควรฟังและดูอย่างไร ก็อาจจะเริ่มต้นจากการสังเกตการร่วมมือกันของเหล่านักดนตรีว่าพวกเขาตอบโต้กันอย่างไร และใช้จินตนาการไปกับเรื่องราวที่ดนตรีกำลังเล่าออกมาให้มากที่สุด ๆ

HK Phil Team: ซึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พาร์ทที่จะเล่าเรื่องราวได้เห็นภาพมากที่สุดก็คือในบทเพลง‘Scheherazade’ ของ Rimsky-Korsakov ที่เอาเรื่องราวในอาหรับราตรีมาเป็นแกนกลาง โดยในระหว่างการแสดงนี้ เราก็อยากให้ทุกคนลองปล่อยให้จินตนาการทำงานไปตามธรรมชาติ แล้วการเล่าเรื่องผ่านเสียงดนตรีของพวกเราจะคอยกระตุ้นให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงทุกอารมณ์ภายในบทเพลงเอง หรือบางทีคุณอาจจะลองจินตนาการถึงฉากและตัวละครที่เพลงกำลังนำเสนอร่วมไปด้วยก็ได้ เช่น ภาพของท้องทะเล สุลต่าน และนิทานที่เล่าโดย Scheherazade ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกทีมของเราก็เตรียมวิดีโอสนุก ๆ เกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้มาให้ทุกคนได้ลองชมกันด้วย

สามารถคลิกลิงก์นี้ได้เลย: https://www.youtube.com/watch?v=CVtbKXHWEqA

**Photo Credit: Eric Hong**

Photo Credit: Eric Hong

ขอปิดท้ายด้วยการถามความเห็นของทุกคนดีกว่าว่า เพราะอะไรพวกเขาถึงไม่ควรพลาดคอนเสิร์ต Hong Kong Philharmonic Orchestra :Shostakovich Piano Concerto ในครั้งนี้

HK Phil Team: เหตุผลที่ทุกคนไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้เลย ต้องยกให้เรื่องของคุณภาพที่จะได้สัมผัส เพราะวง Hong Kong Philharmonic Orchestra ของเราคือวงออร์เคสตราชั้นนำ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ชมการแสดงดนตรีอันยอดเยี่ยมและหลากหลาย อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของการเล่าเรื่องให้น่าติดตาม และยังเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรมของคอนเสิร์ตออร์เคสตราที่แสดงสดได้เป็นอย่างดี การมาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เลยเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้ลองสัมผัสประสบการณ์ที่ว่ามานั้นด้วยตัวเอง พร้อมกับดื่มด่ำความงดงามและพลังของดนตรีคลาสสิกให้สลักอยู่ในความความทรงจำอันยาวนานได้ไม่ลืม

Photo Credit: Ka Lam

Photo Credit: Ka Lam

Hong Kong Philharmonic Orchestra :Shostakovich Piano Concerto
วันที่: 21 ตุลาคม 2566
สถานที่: หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล
เวลา: 16.00 น.

สามารถจองบัตรได้แล้ววันนี้ ที่: Thai Ticket Major | Hong Kong Philharmonic Orchestra: Shostakovich Piano Concerto
Thai Ticket Major

ส่วนใครที่ยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา เพียงกรอกโค้ด ‘HKP40’ (ไม่จำเป็นต้องโชว์บัตรนักศึกษา) ก็รับส่วนลดไปได้เลย 40 เปอร์เซ็นต์

RELATED POSTS

ผืนผ้า ความทรงจำ และทะเลที่ไม่หายไป: วัน แบงค็อก พาผลงานร่วมของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และ Guo-Liang Tan สู่ Singapore Biennale 2025
Advertorial
Posted on Feb 3
สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนเดินสำรวจแรงบันดาลใจทางการออกแบบ พร้อมจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านนิทรรศการ ตลาดอาร์ท และเวิร์กชอป ใน Bangkok Design Week 2026
Advertorial
Posted on Jan 30
Decoding Japan ถอดรหัสวิถีญี่ปุ่นที่นำมาสู่แนวคิด “คิดทุกหยดแบบนิปปอน” ของนิปปอนเพนต์ “สีญี่ปุ่น ที่คิดเพื่อคุณ”
Advertorial
Posted on Jan 30
ชวนไป ‘DG TAIWAN 2026’ อีเวนต์ ของคนรักคาแรกเตอร์ งานดีไซน์ และของขวัญสร้างสรรค์ แลนด์มาร์คสายครีเอทีฟที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ในปีนี้ 16 - 19 เม.ย. 2026
Advertorial
Posted on Jan 27