ส่อง 3 คอนเซ็ปต์การดีไซน์ ‘Urban Joy’ สนามฟุตซอลสาธารณะจาก Ananda ที่สะท้อนความรู้สึกและชีวิตเมืองผ่านการออกแบบที่ยั่งยืน

Post on 2 September 2024

ช่วงนี้ถ้าใครได้แวะเวียนไปพักผ่อนแถว ๆ สวนรถไฟ ก็น่าจะได้เห็นสนามฟุตซอลโฉมใหม่ที่มาในลุคสดใสชวนแปลกตา ซึ่งเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็คือ ‘Ananda’ แบรนด์อสังหาฯที่เป็นผู้นำคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องการดีไซน์สถาปัตยกรรมใหม่ ๆ นอกกรอบเดิม ๆ มาอย่างยาวนาน และมีจุดยืนในเรื่องการเป็น Urban Living Solutions ให้กับคนเมือง และครั้งนี้พวกเขาก็ออกมาแสดงฝีมือนอกโครงการร่วมกับพันธมิตร ด้วยการดีไซน์ ‘Urban Joy’ PlayGround สนามฟุตซอลสาธารณะใจกลางเมือง เพื่อเปลี่ยนพื้นที่สนามฟุตซอลเดิมภายในสวนรถไฟให้กลายเป็นศูนย์รวมคอมมูนิตี้ในชุมชนอย่างยั่งยืน

ตามประสาคนชอบงานดีไซน์ พอเราเห็นสนามฟุตซอลแบบใหม่ที่แปลกตาและไม่เหมือนใครแบบนี้ ก็เริ่มคันไม้คันมืออยากจะค้นลึกลงไปให้ถึงเบื้องหลังและที่มาของการออกแบบสำคัญ ๆ ที่น่ารู้ เพราะเราเชื่อว่ากว่าจะเลือกสีและลวดลายเหล่านี้มาเป็นภาพแทนของพื้นที่สาธารณะได้ จะต้องผ่านการคิดสร้างสรรค์มาหลายขั้นตอน ซึ่งถ้าใครกำลังสนใจเรื่องนี้เหมือนกัน ก็ตามมาถอดรหัสคอนเซ็ปต์การดีไซน์สำคัญ ๆ ของสนาม ‘Urban Joy’ ไปพร้อมกับเราได้เลย!

‘การสร้างคอมมูนิตี้’ คือหัวใจสำคัญของการออกแบบ ‘Urban Joy Playground’

ขอปักหมุดแรกกันที่จุดเริ่มต้นการออกแบบสนามฟุตซอล Urban Joy ครั้งนี้กันก่อน โดยสิ่งแรกที่เรามองเห็นได้จากการออกแบบครั้งนี้ ก็คือการตั้งเรื่องของ ‘คอมมูนิตี้’ ไว้เป็นประเด็นหลัก เพราะสนามฟุตซอลแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ ‘สวนรถไฟ’ หรือ ‘สวนวชิรเบญจทัศ’ สวนสาธารณะชื่อดังประจำย่านจตุจักรที่เป็นแหล่งรวมกิจกรรมสำคัญ ๆ ให้สาธารณชนเข้ามาใช้งานร่วมกันได้อย่างอิสระมาอย่างช้านาน และในเมื่อพื้นที่นี้คือจุดรวมตัวของผู้คนจากทั่วย่าน ‘การสร้างคอมมูนิตี้’ จึงเป็นโจทย์หลักที่ทาง Ananda ให้ความสำคัญ

หากสังเกต เราจะเห็นได้เลยว่า ทุกส่วนของสนามฟุตซอล Urban Joy ทั้งสีสัน รูปทรง และลวดลายที่ปรากฏอยู่ภายในสนาม ล้วนตั้งใจออกแบบมาให้เหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองมากขึ้น ดึงดูดคนเมืองให้สนุกกับการใช้งานมากขึ้น เพื่อเชิญชวนให้พวกเขาออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมตามแพสชันได้อย่างสบายใจ และเมื่อทุกคนได้มาใช้เวลาร่วมกันบนพื้นที่นี้เป็นประจำ ทุกอย่างก็จะค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นคอมมูนิตี้ที่ส่งเสริมให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน และกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนในที่สุด

ส่วนสีสัน รูปทรง และลวดลายเหล่านั้นจะถูกออกแบบมาให้ดึงดูดผู้คนมาสร้างคอมมูนิตี้ยังไง เราจะมาอธิบายกันต่อในหน้าถัดไปกันเลย

‘สี’ กับความหมายเบื้องหลังที่เป็นมากกว่าความสวยงาม

ในการศึกษาทางจิตวิทยา สีสามารถส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นทฤษฎีสีมากมายเพื่อนำมาใช้กับการสร้างงานศิลปะและการออกแบบ ซึ่งทาง Ananda เองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขาจึงตั้งใจคัดเลือกสีสันมาเจ็ดสีเพื่อใช้ในการออกแบบสนามฟุตซอล Urban Joy เพื่อสะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายของคนเมือง พร้อมกับส่งต่อพลังในการใช้ชีวิตและพลังแห่งการสร้างสรรค์ให้กับทุกคน

เจ็ดสีหลักที่ถูกเลือกมาใช้งานในการออกแบบครั้งนี้ ประกอบไปด้วย สีน้ำเงินเข้ม สัญลักษณ์ของการเสริมสร้างพลัง (Empower) สีแห่งความสงบแต่ก็สามารถแสดงถึงพลังและความเข้มแข็งที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกมั่นใจและความสามารถในการเผชิญกับความท้าทายในชีวิตประจำวันได้ ต่อด้วยสีเขียวน้ำทะเล สัญลักษณ์แทนถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (ECO & Sustainable) ที่ช่วยสร้างบรรยากาศสงบและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

สีแดงและส้มอิฐ คือสีที่เสริมเข้ามาเพื่อแสดงถึงพลังและความกระฉับกระเฉง (Power & Energetic) ทำให้สนามมีชีวิตชีวาและดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น ส่วนสีเหลืองที่สื่อถึงความสุขและความสนุกสนาน (Happiness & Joyfulness) ก็เข้ามาเพิ่มความสดใสให้สนามแห่งนี้ดูสดชื่นมากขึ้น ยังมีสีฟ้าที่เข้ามาช่วยสร้างแรงบันดาลใจและชวนให้นึกถึงชีวิตในเมือง (Inspire & Urban) ช่วยให้รู้สึกถึงความสดชื่น ปลอดโปร่ง สบาย ๆ และสีสุดท้ายคือสีครีมที่สื่อถึงบรรยากาศเชิงบวก (Positive Vibe) ที่ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตรให้มากขึ้น

พอเห็นความหมายเบื้องหลังของแต่ละสีที่ทาง Ananda คัดสรรมาแล้วแบบนี้ ก็จะเห็นได้เลยว่า สีสันทั้งหมดบนสนามฟุตซอล Urban Joy ไม่ได้สร้างเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายของคนเมืองอย่างลึกซึ้ง พร้อมช่วยกระตุ้นให้คนที่มาใช้งานได้รู้สึกและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสดใส แถมยังสร้างความมั่นใจ เพิ่มความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกเชิงบวกให้กับคนที่มาใช้งานและออกกำลังกายที่นี่ไปพร้อม ๆ กัน

รูปทรงเรขาคณิต ตัวแทนของความทันสมัยและสังคมเมือง

นอกจากสีสัน อีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่โดดเด่นมาก ๆ บนสนามฟุตซอล Urban Joy ก็คือเรื่องของลวดลาย ซึ่งลวดลายทั้งหมดที่ทาง Ananda เขาหยิบมาใช้ในการออกแบบ จะเน้นไปที่รูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก ได้แก่ วงกลม สี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยม โดยในศาสตร์การดีไซน์ รูปทรงเรขาคณิตมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของโครงสร้าง การจัดกลุ่ม ความมีระเบียบ ซึ่งในที่นี้ก็สามารถสื่อได้ถึงความเป็นกลุ่มก้อน กลุ่มชุมชน ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์หลักเรื่อง ‘การสร้างคอมมูนิตี้’ ที่ทาง Ananda ตั้งใจจะทำให้สนามฟุตซอลแห่งนี้เป็นพื้นที่ของการรวมตัวกันของผู้คน

รูปทรงเรขาคณิตยังสะท้อนถึงความทันสมัยและความเป็นเมืองได้ด้วย เพราะรูปทรงนี้ถูกใช้ทั้งในด้านการออกแบบอาคาร การวางผังเมือง และพื้นที่สาธารณะในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก โดยวงกลมสามารถแทนถึงภาพการสร้างพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมร่วมกัน สี่เหลี่ยมถูกใช้เพื่อจัดแบ่งโซนที่ชัดเจนและเป็นระเบียบในการใช้งาน ส่วนสามเหลี่ยมเพิ่มความทันสมัยและมุมมองใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ดังนั้น การผสมผสานรูปทรงเหล่านี้รวมกันจึงช่วยให้สนาม Urban Joy ไม่เพียงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดสายตา แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของคนเมือง ทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการสร้างสัมพันธ์ในคอมมูนิตี้ในปัจจุบันด้วย

แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของ Ananda อีกหนึ่งกิมมิคเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในลวดลายของ สนาม Urban Joy

เมื่อพูดถึงชีวิตคนเมืองสุดทันสมัยจะไม่นึกถึงสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ของ Ananda คงไม่ได้ ซึ่งในการออกแบบสนามฟุตซอล Urban Joy ครั้งนี้ พวกเขาก็ได้นำเอารูปทรงที่คดโค้งสวยงามของตึก Ashton Asoke - Rama 9 คอนโดมิเนียมดีไซน์เก๋ใจกลางกรุง ที่มาพร้อมกับรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยไม่เหมือนใคร มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายบนสนามด้วย

สำหรับความหมายเบื้องหลังของการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมของตึก Ashton Asoke - Rama 9 มาใช้เป็นแรงบันดาลใจร่วมกับการออกแบบครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสะท้อนตัวตนของคนออกแบบแล้ว ก็ยังเป็นการใส่กลิ่นอายความเป็นเมืองลงไปให้เข้มข้นมากขึ้น เพราะลายเส้นคดโค้งที่เข้ามาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ บนสนาม สามารถสื่อถึงการเคลื่อนไหวและการเดินทางในเมือง อย่างการเดินทางของรถไฟฟ้าและรถยนต์ได้ด้วยนั่นเอง

ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากไปถอดรหัสงานดีไซน์เพื่อชีวิตที่ดีของคนเมืองที่ซ่อนอยู่ในสนามฟุตซอล Urban Joy แห่งนี้ หรือใครที่อยากไปโพสท่าถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับงานออกแบบกลางเมืองแห่งนี้ ก็สามารถไปตามรอยสำรวจกันได้ เพราะเขาเปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วเจอกัน!

RELATED POSTS

ผืนผ้า ความทรงจำ และทะเลที่ไม่หายไป: วัน แบงค็อก พาผลงานร่วมของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และ Guo-Liang Tan สู่ Singapore Biennale 2025
Advertorial
Posted on Feb 3
สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนเดินสำรวจแรงบันดาลใจทางการออกแบบ พร้อมจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ผ่านนิทรรศการ ตลาดอาร์ท และเวิร์กชอป ใน Bangkok Design Week 2026
Advertorial
Posted on Jan 30
Decoding Japan ถอดรหัสวิถีญี่ปุ่นที่นำมาสู่แนวคิด “คิดทุกหยดแบบนิปปอน” ของนิปปอนเพนต์ “สีญี่ปุ่น ที่คิดเพื่อคุณ”
Advertorial
Posted on Jan 30
ชวนไป ‘DG TAIWAN 2026’ อีเวนต์ ของคนรักคาแรกเตอร์ งานดีไซน์ และของขวัญสร้างสรรค์ แลนด์มาร์คสายครีเอทีฟที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ในปีนี้ 16 - 19 เม.ย. 2026
Advertorial
Posted on Jan 27