เราเชื่อว่าหลายคนต้องเคยหยุดมองบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหอยที่วางนิ่งอยู่หลังตู้กระจก ลวดลายบนหน้ากระดาษเก่าที่ซีดจาง หรือรูปสัตว์ประหลาดในหนังสือวิทยาศาสตร์สมัยเด็กที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกประหลาดที่ก้ำกึ่งระหว่างความจริงกับจินตนาการนี้เอง คือพื้นที่ที่งานของ ‘เกรซ - อัญญาวี เจริญธนากิต’ หรือ ‘Anyahillus’ โลดแล่นอยู่ และค่อย ๆ ชวนเราเดินเข้าไปสำรวจโลกใบใหม่ที่เธอสร้างขึ้น
แม้ภาพวาดของเธอจะดูเหมือนหน้าหนึ่งจากหนังสือวิทยาศาสตร์ยุคเก่า แต่เมื่อมองนานพอ เราจะเริ่มรู้ว่าสิ่งที่เธอพยายามบันทึก อาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิต หากเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ไม่มีรูปร่างมากกว่า
เกรซเล่าให้เราฟังว่า “ธีมหลักในงานของเราจะเน้นเรื่องความแปลกตา จากการผสมฟอร์มของธรรมชาติเข้ากับวัตถุในชีวิตประจำวัน ผ่านสไตล์การวาดแบบภาพประกอบวิทยาศาสตร์ยุคเก่า งานส่วนใหญ่จะมีกลิ่นอายแฟนตาซีแบบวินเทจนิด ๆ แม้ว่าภาพจะดูเหมือนงานเชิงวิทยาศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้วต้องการสื่อถึงความรู้สึกหรือเรื่องราวทางด้านจิตใจมากกว่า”
เบื้องหลังสิ่งมีชีวิตลูกผสมเหล่านั้น ไม่ได้เริ่มต้นจากความแฟนตาซีล้วน ๆ แต่เกิดจากการสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่รอบตัว และปล่อยให้มันค่อย ๆ ซึมลึกจนกลายเป็นภาษาภาพเฉพาะตัว
“จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจส่วนใหญ่จะมาจากความชอบความสนใจและสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันหมดเลยค่ะ ทั้งภาพประกอบในหนังสือเก่า พวก anatomy และ botanical books รูปร่างแมลง ดอกไม้ สัตว์ต่าง ๆ จากธรรมชาติและในพิพิธภัณฑ์ งานชิ้นแรกที่ทำสไตล์นี้น่าจะเป็นช่วงเพิ่งเข้ามหาลัย เราได้มีโอกาสไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของจุฬาฯ บ่อย ๆ เพราะอยู่ใกล้ที่เรียน มีพวกฟอร์มของสัตว์ โครงกระดูก ไปจนถึงพวกเปลือกหอยให้ศึกษา”
“จากความชอบอย่างเดียวเริ่มกลายเป็นซึมซับผ่านออกมาสู่ผลงาน นอกจากนี้ยังได้แรงบันดาลใจในการทำงานจากพวกของสะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ แนววินเทจ ลายกระเบื้องเก่า และของตกแต่งที่มีเรื่องราว เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันมีความสวยงามในตัวของมันอยู่แล้ว เราแค่ดึงองค์ประกอบจากสิ่งที่ชอบทั้งหมดเช่น โทนสี ลวดลาย เลย์เอาท์ มารวมกัน เพื่อเล่าเรื่องที่แฝงอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น ผลลัพธ์จึงกลายเป็นงานในสไตล์นี้ค่ะ”
เธอยังเสริมต่อถึงกระบวนการทำงานด้วยว่า “เทคนิคที่ใช้ประจำจะเริ่มจากการวาดมือด้วยดินสอ กับการลงสีโดยใช้สีไม้ สีน้ำ บนกระดาษก่อน หลังจากนั้นนำไปลงสีเพิ่มเติมและจัดองค์ประกอบในโปรแกรมดิจิทัลต่าง ๆ เราชอบเวลางานมี texture ของดินสอไม้และคราบสีบนกระดาษมากกว่า รู้สึกว่าโปรแกรมดิจิทัลยังไม่สามารถสร้างรายละเอียดแบบที่เป๊ะตรงใจกับที่ดินสอทำได้ ชอบในความไม่เพอร์เฟกต์ของมันและรู้สึกว่าทำให้งานออกมาเข้ากับสไตล์และคอนเซปต์ของเราดีค่ะ”
“ปีที่ผ่านมาได้ลองเริ่มทำงานออกมาในรูปแบบของเซรามิก อยากให้งานที่เราทำออกมาบ่อย ๆ กลายร่างจากแค่รูปสองมิติ มาเป็นอะไรที่จับต้องได้บ้าง วิธีฝึกฝนถ้าเป็นเรื่องเทคนิคอาจเกิดจากการที่เราวาดหรือจับอุปกรณ์บ่อย ๆ แทบจะทุกวัน จนทำให้มันได้ฝึกฝนไปในตัว”
ปัจจุบัน การเดินทางของเธอยังพาเธอไปไกลถึงอิตาลี ที่ซึ่งสภาพแวดล้อมใหม่กำลังค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับโลกเดิมของเธอ เกรซเล่า “ตอนนี้เรากำลังเรียนต่ออยู่ที่ประเทศอิตาลีค่ะ โปรเจกต์ส่วนตัวที่ทำอยู่ตอนนี้เลยอยากให้มีความเกี่ยวข้องกับที่นี่ เราเลยพยายามหยิบของ วัสดุจากที่นี่มาใช้ร่วมกับงานตัวเอง”
“เมืองที่เราอยู่เค้าฮิตทำกระดาษเทคนิค Marbling หรือ ศิลปะบนผิวน้ำ กันมาก ๆ มันคือการสร้างลายบนกระดาษโดยการหยดสีลงบนผิวน้ำ เราได้กระดาษชนิดนี้มาจากร้านเครื่องเขียน คิดว่าลายของมันเข้ากับพวกลายบนตัวสัตว์ประหลาดที่เราวาดอยู่ เลยคิดว่าจะใช้กระดาษชนิดนี้มาผสมกับงานชิ้นใหม่ ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ (หัวเราะ)”
ในตอนท้ายเรายังชวนเธอคุยถึงการทำงานในอนาคตด้วย ซึ่งเธอก็แชร์ให้เราฟังว่า “ในอนาคต เรามองว่า งานน่าจะหลุดออกมาจากความเป็นสองมิติมากขึ้นค่ะ บวกกับตอนนี้กำลังเรียนต่อทางสายแฟชั่นเลยอยากนำหลาย ๆ เทคนิคที่ใช้กับพวกผ้าและสิ่งทอมาปรับใช้ร่วมกับงานให้มากขึ้น คิดว่าหลังจากนี้น่าจะมีผลงานในรูปแบบ mixed media มากขึ้น และอาจจะสามารถ interact และจับต้องได้มากขึ้นค่ะ”
Mystical Anatomy
ชิ้นนี้เป็นผลงานที่ชอบมากที่สุด เพราะเป็นงานชิ้นแรกที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสไตล์นี้ แรงบันดาลใจมาจากความอยากสร้างสิ่งมีชีวิตในจินตนาการขึ้นมา โดยใช้เลย์เอาต์ของ botanical book illustration เข้ามาช่วยให้เรื่องราวดูสมจริงมากขึ้น สังเกตได้ว่าภาพประกอบแนวนี้มักจะแยกส่วนประกอบและโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์มาก ๆ
เราเลยนำสัดส่วนของสัตว์แต่ละชนิดที่ชอบมาผสมเข้ากับพืชและดอกไม้ ออกแบบโครงกระดูกขึ้นมาใหม่ และแยกสัดส่วนต่าง ๆ ให้เข้ากับรูปร่างของสิ่งมีชีวิตในจินตนาการตัวนี้ ทำให้ภาพดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกระบวนการทดลองลับ ๆ กำลังถูกศึกษาและบันทึกพัฒนาการเอาไว้
The Star Map of Seashells
รูปนี้ได้แรงบันดาลใจจากแผนที่ดวงดาว แต่เราใส่ลูกเล่นโดยเปลี่ยนดาวเคราะห์และอุกกาบาตให้กลายเป็นเปลือกหอยแทน ส่วนตัวแอบเห็นว่าฟอร์มของเปลือกหอยเหมือนวัตถุนอกโลก รูปนี้เลยเป็นการสร้างจักรวาลเล็ก ๆ ที่เปลือกหอยทำหน้าที่เหมือนดวงดาวของท้องทะเล
Cootie Catcher
โปรเจกต์นี้เกิดจากความอยากทำงานปริ้นท์ที่เป็นรีเมคเวอร์ชันของเกมกระดาษทายใจ ที่เคยเล่นตอนเด็ก ๆ เราจำได้ว่าข้อความข้างในมักเป็นคำทำนายอนาคต ซึ่งสะท้อนความคิดของเด็กผู้หญิงในช่วงนั้น คอนเทนต์ส่วนใหญ่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ฐานะในอนาคต หรือความเชื่อบางอย่างที่เด็กอาจถูกปลูกฝังเร็วเกินไปจนดูน่าตกใจ
เกมนี้ต้องเล่นมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป เราจึงแทนภาพด้วย กลุ่มเด็กผู้หญิงที่กระซิบข้อความต่อกันผ่านโทรศัพท์แก้วกระดาษ จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง จนสุดท้ายถึงหูของผู้เล่น ข้อความเหล่านี้ประกอบไปด้วยคำทำนาย คำแนะนำ และคำถามที่กระตุ้นให้ผู้เล่นกลับมาทบทวนตัวเอง ซึ่งเราพยายามใส่ความเสียดสีเล็ก ๆ ต่อสิ่งที่ข้อความเกมวัยเด็กเคยสื่อ เพื่อให้โปรเจกต์ชวนคิดมากขึ้น
The Cocoon Tree
เราเปรียบดักแด้กับช่วงก่อนดอกไม้บาน เตือนให้เราเห็นความงามกับทุกช่วงการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจ หน้าที่ หรือความก้าวหน้าในชีวิต แม้จะใช้เวลาที่ยาวนาน งานชิ้นนี้ชวนให้คนมองเห็นคุณค่าของการรอคอย และโอบรับช่วงเวลาที่ไม่สมบูรณ์แต่สวยงามของตนเอง
Bugs of Jeddah
เป็นงานคอมมิชชันที่ทำร่วมกับสำนักพิมพ์ทางซาอุดีอาระเบีย เราทำในส่วนของการดีไซน์คาแรกเตอร์แมลงจากเมืองJeddah แต่ละตัวมีคอนเซปต์ที่มาต่างกันเช่น ลวดลายบนอาคาร, ประตูบ้าน, ดอกไม้, ของใช้ท้องถิ่นต่าง ๆ สีและวิวจากแลนด์มาร์กในเมือง ออกมาเป็นแมลงทั้งหกตัว รู้สึกว่าเป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายเพราะด้วยความที่บ้านเราค่อนข้างอยู่ไกลจากเขา มีวัฒนธรรมและเรื่องราวหลายอย่างที่อาจจะยังไม่ได้คุ้นตา รอบนี้เลยเหมือนเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้จักทางบ้านเขา เป็นงานสนุกกับการทำมาก ๆ
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความหลงใหลในหนังสือเก่า พิพิธภัณฑ์ และของสะสมเงียบ ๆ วันนี้โลกของเธอยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากอยากรู้ว่า สิ่งมีชีวิตตัวต่อไปจะถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบไหน ก็สามารถไปติดตามการเดินทางของ Anyahillus ต่อได้ที่ Instagram: https://www.instagram.com/anyahillus/




