“I Want 2 Bees an Artist” คือข้อความในภาพหนึ่งของ Lychee Chai หรือ วนบุษป์ ชัยประกอบ ศิลปินนักวาดภาพประกอบอิสระ ที่กำลังเรียนต่อปริญญาเอกในคณะมัณฑนศิลป์ ที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมควบบทบาทเป็นอาจารย์พิเศษ ที่ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยความน่ารักของงานชิ้นนี้อยู่ที่การที่เธอเลือกวาด “ผึ้ง” สองตัว เพื่อเล่นคำจาก “Two bees” ไปสู่ “To be” กลายเป็นมุกภาษาง่าย ๆ ที่ทั้งขี้เล่นและสะท้อนเอกลักษณ์ในงานของเธอได้อย่างชัดเจน
ลิ้นจี่เล่าถึงเอกลักษณ์ในการทำงานของเธอว่า “เราจะใส่ใจในรายละเอียดการสานเส้น หรือการวาดภาพเพื่อสื่อความรู้สึก เราเชื่อว่าภาพภาพหนึ่งไม่ได้มีแค่สิ่งที่มองเห็นในภาพรวม แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ต่างหากที่ทำให้งานหนึ่งงานมีความหมาย และส่งอารมณ์ไปถึงผู้ชมได้มากขึ้น งานของเราจะมีการใช้การแทนค่าความหมาย ขณะเดียวกันหลายคนก็รู้จักงานเราผ่านเส้นดินสอและการไล่โทนสี”
เธอยกตัวอย่างภาพ ‘I Want 2 Bees an Artist’ ในฐานะหนึ่งในผลงานที่เธอชอบที่สุดขึ้นมาเล่าให้เราฟัง เธออธิบายว่า “เราชอบภาพนี้มาก เพราะสำหรับเรามันตลกดี วันนั้นไปเจอผึ้งตายตัวหนึ่งนอนคว่ำอยู่ แล้วช่วงบ่ายก็ไปเจออีกตัวนอนหงาย เลยคิดขึ้นมาว่า ‘ทูบีส์’ ถ้าลองเอาภาพมาแทนคำก็น่าจะได้อะไรใหม่ ๆ เพราะเราจบมาจากสายวาดหนังสือภาพ บางทีก็อยากลองว่าคำกับภาพจะอยู่ด้วยกันยังไง มันเป็น Dad Joke มากเลยนะ แต่พอใช้ดินสอวาดแล้วมันก็ไม่ได้ดูน่าอาย คิดไปเรื่อย ๆ แล้วสนุกดี”
และเส้นดินสอที่เธอหยิบกลับมาใช้อีกครั้งก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาพร้อมช่วงเวลาที่เธอเริ่มกลับไปค้นหาตัวเอง “จุดเริ่มต้นของสไตล์นี้น่าจะเป็นตอนเรียนปริญญาโท ตอนนั้นเราเอาโปรเจกต์จบจากปริญญาตรีไปให้อาจารย์ดู เป็นคอมมิคเกี่ยวกับการขยายตัวของเมืองและผลกระทบต่อคนในพื้นที่ อาจารย์บอกว่างานมันดูเหมือนอนิเมะเลย ซึ่งก็จริง เพราะเราเสพสื่อฝั่งญี่ปุ่นมาตลอด”
“พอมาคิดดูอีกที มันเหมือนเป็นโอกาสให้เราได้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง ตอนที่ไปเรียนอยู่ที่เบลเยียม ที่นั่นโอบรับความยุ่งเหยิงและความไม่สมบูรณ์ งานของแต่ละคนเลยแตกต่างกันมาก ไม่มีมาตรฐานตายตัวว่าความสวยคืออะไร แต่สิ่งสำคัญคือการเล่าเรื่องให้ลึกและจริงใจ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราอยากทำในฐานะนักวาดภาพประกอบ”
เธอยังเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัยว่า “เรามีพื้นฐานการวาดเส้นเยอะมาก แล้วก็สนุกกับมัน พอหลังจากลองทำงานดิจิทัลในช่วงปริญญาตรี เรากลับรู้สึกว่าการจ้องจอนาน ๆ ทำให้แสบตาและปวดหัว เลยลองกลับมาจับดินสอไม้อีกครั้ง แล้วกลับชอบผลลัพธ์มากกว่าที่คิด ลายเส้นมันมีความเป็นตัวเองมากขึ้น เพราะมันทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของตัวเอง”
และเมื่อลายเส้นดินสอกลับมาอยู่ในมือ มันก็พาเธอไปไกลกว่าที่คิด ไกลถึงขั้นที่เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ภาพหนึ่งภาพสามารถพูดแทนได้ หนึ่งในนั้นคือผลงานชุด ‘Close to Home’ ที่เคยจัดแสดงที่ Bangkok Art and Culture Centre เธอบอกว่า “ภาพนี้เราลองเอาบ้านมาแทนค่าเป็นร่างกายของตัวเอง แล้วตั้งคำถามว่าการเก็บกักความโกรธเอาไว้มันดีจริงไหม”
ล่าสุด เธอยังได้ขยับจากงานภาพประกอบบนกระดาษไปสู่งานขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำ กับการออกแบบฉากให้ ‘Little Read Universe: Legend Alives’ ในงานหนังสือที่ผ่านมา “เราชอบหนังสือภาพมากอยู่แล้ว และก็อยากสนับสนุนคอมมูนิตี้นี้ พอได้รับการติดต่อมาก็ดีใจมาก เพราะเป็นงานใหญ่ที่จะถูกตั้งในพื้นที่จริงของงานหนังสือ แถมยังถูกต่อยอดเป็นตราปั๊มด้วย แนวคิดของงานคือการรวมตัวละครในตำนานหลายสไตล์มาอยู่ในฉากเดียวกัน แต่ยังต้องสื่อสารกับเด็ก ๆ ได้”
“ความตลกของงานนี้ คือการทำให้เรารู้เป็นครั้งแรกเลยว่า การวาดมืออย่างเดียวเอาไม่อยู่แน่ ๆ ขนาดมันใหญ่เกินกว่าจะทำเป็นไฟล์พิกเซลได้ สุดท้ายเลยต้องทำเป็นเวกเตอร์ทั้งงาน รายละเอียดหลายอย่างเลยต้องถูกลดทอน ถึงจะเสียดาย แต่ก็พยายามหาจุดสมดุลระหว่างสองสไตล์ให้ได้ คิดว่านี่คือความยากที่สุดของโปรเจกต์นี้เลย แต่ในอีกมุม มันก็เปิดประตูใหม่ ๆ ให้เราเหมือนกัน”
Oyster
ภาพนี้เป็นภาพของคนสองคนอยู่ในหอย ต่างฝ่ายต่างมองเข้าหากัน ฝ่ายหนึ่งมีตัวตนแต่อีกคนเป็นแค่หลุมลงไปตามรูปร่างของเปลือกหอย ตอนนั้นเศร้าอยู่ ถ้าให้เดาน่าจะรู้ว่าเรื่องอะไร แต่อินมากอยากลองแปลดูว่าความรู้สึกที่มีอยู่แต่ไม่มีแล้ว คืออะไรนะ หลายคนก็ชอบรูปนี้มากเลยนะคะ
Love Bomb
ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Love Bombing คือการที่ช่วงคบกันใหม่ ๆ หรือตอนคุยกัน ความรักหวานชื่นดีไปหมด เกินจริงและรวดเร็ว วาดออกมาเป็นบอมบ์รูปหัวใจ ทุกคนตื่นเต้นอยากถือมันโดยไม่เห็นเลยว่ามันเป็นระเบิด!
Miss Benson’s Beetle
เป็นปกหนังสือที่วาดให้กับสำนักพิมพ์ Biblio เป็นการวาดปกหนังสือครั้งแรก และเป็นความฝันที่มีมานานมากแล้ว สนุกกับการแปลงคำเป็นภาพ ภาพเดียวเท่านั้นสามารถอธิบายได้ขนาดไหน วางบนชั้นวางยังจะน่าสนใจไหม มีอะไรชวนอ่อนไหวที่เราต้องนึกถึงตอนวาดหรือเปล่า สนุกกับการพัฒนาปกไปกับทีมมากค่ะ
OCIIO Water - Lychee Chai Edition
ชอบงานชิ้นนี้มากเพราะลูกค้าน่ารัก ให้การสนับสนุนดีมาก ทุกครั้งที่พูดถึงโปรเจกต์นี้จะคิดถึงตอนที่ส่งดราฟต์แรกไปแล้วลูกค้าตอบกลับว่า “สวยสลบ” ได้โอกาสในการเสนอไอเดียในแบบที่เป็นเรา เป็นงานที่มีตัวละครของเราไปซ่อนอยู่ด้วยเลยแฮปปี้มาก ๆ
ความอยากทดลองในตัวลิ้นจี่ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เธอแชร์ถึงสิ่งที่คิดไว้ในอนาคตให้เราฟังว่า “เราอยากเห็นงานตัวเองอยู่บนผ้าใบ อยากทำงานแฮนด์เมดร้อยเปอร์เซ็นต์ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น อยากรู้ว่าในสไตล์เดียวกัน เราจะต่อยอดมันออกไปได้อีกกี่แบบ โดยที่คนยังจำเราในฐานะ Lychee Chai ได้อยู่ หลายครั้งก็ไม่มั่นใจเวลาทำอะไรที่ต่างจากเดิม เพราะยอดเอนเกจเมนต์บนโซเชียลอาจไม่เยอะ แต่ก็ยังอยากปล่อยตัวเองไปกับการทดลอง เพราะอยากเห็นงานตัวเองค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ”
สามารถติดตามการทดลองและการออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบผ่านเส้นดินสอในมือของลิ้นจี่ได้ที่ Instragram: https://www.instagram.com/lychee.chai/




