ตลอด 10 วันของ Thailand Printmaking Festival 2026 มีสีสันบางอย่างแฝงตัวอยู่ทั่วพื้นที่จัดงาน หากมองผ่าน ๆ มันอาจเป็นเพียงฉากหลังให้กับผลงานภาพพิมพ์ที่เรียงรายอยู่โดยรอบ แต่เมื่อพิจารณาให้ดี สิ่งที่เห็นกลับเป็นชั้นวางเหล็กหน้าตาคุ้นเคยแบบที่เรามักพบในโกดังสินค้า สำนักงาน หรือพื้นที่จัดเก็บของ ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวางหรือเก็บสิ่งของ หากกลายเป็นทั้งพื้นที่จัดแสดงผลงานและเวทีสำหรับกิจกรรม Live Print & Talk
โครงสร้างเดียวกับที่เคยอยู่ในโลกของการใช้งานและฟังก์ชัน กำลังถูกย้ายเข้าสู่บริบทของศิลปะโดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนของมันมากนัก จากวัตถุที่มีหน้าที่ชัดเจนในคลังสินค้า กลับกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพื้นที่จัดแสดง และในบางจังหวะก็แทบจะดูเหมือนเป็นผลงานศิลปะอีกชิ้นที่อยู่ร่วมกับภาพพิมพ์อย่างเป็นธรรมชาติ
แล้วอะไรทำให้ชั้นวางที่ดูธรรมดาเหล่านี้สามารถเปลี่ยนสถานะจาก ‘ของใช้’ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศิลปะได้? และเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ มีวิธีคิดเรื่อง ‘พื้นที่’ แบบไหนซ่อนอยู่?
เบื้องหลังการเปลี่ยนบทบาทของชั้นวางเหล่านี้ คือ วรัท ปุญสิริ ผู้ก่อตั้ง SuperStorage แบรนด์ผู้ผลิตชั้นวางสำหรับอุตสาหกรรม ออฟฟิศ และร้านค้า ซึ่งโดยปกติแล้วอาจคุ้นเคยกับโลกของการจัดเก็บและการใช้งานเชิงฟังก์ชันมากกว่าโลกศิลปะ แต่ใน Thailand Printmaking Festival 2026 พวกเขาก้าวเข้ามาในบริบทใหม่ในฐานะ Official Event Structure Supporting Partner พร้อมสนับสนุนโครงสร้างชั้นวางรวม 50 ยูนิตให้กับเทศกาล
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการที่ชั้นวางจากโลกอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ท่ามกลางงานภาพพิมพ์ แต่คือการได้เห็นวัตถุที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘จัดการพื้นที่’ ถูกนำมาทำหน้าที่ใหม่ในพื้นที่ศิลปะ ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงและเป็นโครงสร้างสำหรับกิจกรรม Live Print & Talk จนเกิดคำถามว่า เมื่อวัตถุหนึ่งถูกเปลี่ยนบริบท การรับรู้ที่เรามีต่อมันจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่
ในบทสนทนากับ GROUNDCONTROL วรัทชวนมองเรื่องนี้ผ่านแนวคิดเรื่อง ‘พื้นที่’ ตั้งแต่คุณสมบัติด้านความแข็งแรงและความ ‘ยืดหยุ่น’ ของชั้นวาง ไปจนถึงกระบวนการทำงานของ SuperStorage ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการกำหนดว่าผลิตภัณฑ์ควรเป็นอะไร แต่เริ่มจากการ ‘ถามก่อน’ ว่าผู้ใช้งานต้องการพื้นที่แบบไหน แล้วจึงออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์นั้น
แข็งแรงอยู่แล้ว แถมยืดหยุ่นอีกด้วย
ถ้าให้อธิบายสั้น ๆ ว่า SuperStorage คืออะไร วรัทบอกว่าแบรนด์ของเขาคือผู้ผลิตชั้นวางสำหรับอุตสาหกรรม ออฟฟิศ สำนักงาน และร้านค้า ซึ่งก็เป็นความจริง แต่ยังไม่ใช่ภาพทั้งหมดของสิ่งที่พวกเขาทำ
SuperStorage ผลิตชั้นวางและแร็คหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้งานในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเหล็กเกรด SS400 เป็นหนึ่งในวัสดุหลักที่ใช้ผลิต ซึ่งเป็นเหล็กที่นิยมในงานโครงสร้างวิศวกรรมทั่วไปด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ขณะที่กระบวนการผลิตดำเนินการภายใต้มาตรฐาน ISO9001:2015 และมีประสบการณ์ผลิตให้กับบริษัทชั้นนำของประเทศมาแล้วหลายราย
แต่สำหรับวรัท สิ่งที่อยากให้คนจดจำเกี่ยวกับ SuperStorage ไม่ใช่คำว่า ‘ชั้นวางของ’ หากคือความสามารถในการเป็นโซลูชันที่ช่วยจัดการพื้นที่
“เราไม่อยากให้มองว่า SuperStorage คือชั้นวางของ เราอยากให้มองว่าเป็นโซลูชันที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้จัดเก็บของได้มากขึ้น” เขาอธิบาย
เมื่อถามถึงจุดเด่นของแบรนด์ วรัทตอบทันทีว่า “แน่นอนโซลูชันของเราแข็งแรง แต่ที่โดดเด่นเลยคือเรามีความยืดหยุ่นด้วย เป็นพื้นที่จัดเก็บที่ทั้งสามารถรองรับน้ำหนักที่ท้าทาย และสามารถปรับพื้นที่ให้เข้ากับความต้องการได้ด้วยเช่นกัน”
คุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้เองที่ทำให้ชั้นวางสามารถก้าวออกจากบริบทเดิมของมัน และเข้ามาทำงานในพื้นที่ของ Thailand Printmaking Festival 2026 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โครงสร้างยังคงความแข็งแรงและตัวตนของวัสดุเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็เปิดให้ถูกนำไปประกอบ ดัดแปลง และตีความใหม่ ทั้งในฐานะพื้นที่จัดแสดงและเวทีสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ
เมื่ออยู่ท่ามกลางผลงานภาพพิมพ์ ชั้นวางเหล็กที่คุ้นตาจึงไม่ได้ดูแปลกแยกอย่างที่คิด กลับกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบรรยากาศในงาน ทั้งด้วยโครงสร้างที่มีจังหวะและรูปทรงชัดเจน ไปจนถึงสีสันที่เข้ากับพลังของเทศกาลได้อย่างพอดี จนบางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง ‘โครงสร้างสำหรับใช้งาน’ กับ ‘องค์ประกอบทางศิลปะ’ แทบจะเลือนหายไป
ของคุ้นเคยที่มองมุมใหม่ได้
จุดเริ่มต้นของการเข้าร่วม Thailand Printmaking Festival 2026 จึงมาจากความตั้งใจที่จะทดลองสิ่งใหม่ และพาชั้นวางที่คุ้นตาออกไปพบกับบริบทที่ต่างจากเดิม วรัทเล่าว่า “อย่างแรกเลยคือเราคิดว่าอยากให้ทุกคนได้เห็นบริบทของชั้นวางในรูปแบบอื่น ๆ และได้จัดแสดงชั้นวางในมุมมองใหม่ครับ”
สิ่งที่เกิดขึ้นในงานจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงชั้นวางให้กลายเป็นสิ่งอื่น หากเป็นการหยิบสิ่งที่มีอยู่แล้วมามองผ่านมุมใหม่ โมอธิบายว่า “ส่วนใหญ่งานในนี้จะเป็นรูปแบบที่เราทำอยู่แล้ว แต่อาจจะเรียกว่าเป็นมุมมองใหม่ของมันดีกว่า” หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเวทีภายในงาน ซึ่งแท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นจาก ‘ชั้นลอย’ ของ SuperStorage
“ส่วนที่เป็นเวทีในงานนี้เดิมทีเลยจริง ๆ มันคือชั้นลอย แต่พอเรานำมาปรับให้มันสั้นลง เราก็ทำเป็นเวทีได้”
เบื้องหลังความเรียบง่ายของการปรับเปลี่ยนนี้คือศักยภาพของโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหนักอยู่แล้ว วรัทเล่าว่าเวทีดังกล่าวสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างชั่วคราวสำหรับเทศกาลศิลปะ แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับคลังสินค้า หรืองานจัดแสดงกลางแจ้งได้ด้วย
“เวทีตรงนี้จริง ๆ แล้วมันรับหนักได้ประมาณ 500 กิโลต่อตารางเมตร ซึ่งจริง ๆ แล้วเอาไปใช้กับคลังสินค้า หรือเรานำไปร่วมจัดแสดงในงาน outdoor พวกนี้ได้หมดเลย”
นี่สะท้อนให้เห็นถึงหน้าที่ดั้งเดิมของชั้นวางเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือการแก้ปัญหาพื้นที่จัดเก็บโดยไม่จำเป็นต้องขยับขยายพื้นที่ทางกายภาพหรือก่อสร้างคลังสินค้าใหม่ วรัทอธิบายว่า หากพื้นที่เดิมเต็ม ชั้นวางสามารถเข้ามาเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ทันที โดยใช้เวลาติดตั้งเพียงวันเดียว และรองรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 300 ไปจนถึง 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในเทศกาลศิลปะ ความสามารถเดียวกันนี้กลับถูกเปิดให้ตีความได้มากกว่าหน้าที่เดิม ชั้นวางไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับน้ำหนัก หากยังกลายเป็นโครงสร้างที่ศิลปินสามารถนำไปใช้งานในแบบของตัวเอง วรัทเล่าว่า มีศิลปินหลายคนเลือกนำชั้นวางไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การนำภาพมาติดตั้งบนโครงสร้าง ไปจนถึงการใช้เป็นองค์ประกอบของพื้นที่
เมื่อชั้นวางหนึ่งชิ้นสามารถเป็นได้ทั้งพื้นที่จัดเก็บ เวที หรือส่วนหนึ่งของงานศิลปะ สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงอาจไม่ใช่ตัววัตถุ หากเป็นวิธีที่เรามองมัน และนี่อาจเป็นเหตุผลที่การพบกันระหว่างโลกอุตสาหกรรมกับโลกศิลปะไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด
“จะบอกว่าไม่ยากเลย มันก็มีระบบขั้นตอนที่เราต้องปรับเปลี่ยน แต่ว่าเราก็สามารถทำได้ ไม่มีปัญหา” วรัทกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างของสองโลกไม่ได้หมายความว่าจะทำงานร่วมกันไม่ได้ หากแต่เป็นโจทย์ใหม่ที่เปิดให้สิ่งของที่เราคุ้นเคยได้ค้นพบความเป็นไปได้อื่น ๆ ของตัวเอง
ศิลปะของการจัดการพื้นที่
สำหรับคนที่เดินผ่านไปมาในงาน ภาพชั้นวางเหล็กที่คุ้นเคยจากโกดังหรือออฟฟิศ ถูกวางไว้ข้างงานภาพพิมพ์อาจดูขัดกันในแวบแรก แต่มันอาจเป็นข้อดีก็ได้ถ้ามองในอีกมุม
"โดยทั่วไปคนมักมองว่า SuperStorage คือชั้นวางของ แต่พอมาอยู่ในบริบทนี้มันทำให้เห็นว่ามันเป็นอะไรได้มากกว่าชั้นวางของ การที่คนได้เข้ามา มันเหมือนเป็นหนึ่งในประสบการณ์ (experience) เป็นส่วนหนึ่งของงานเรา และเราก็อยากเป็นหนึ่งในงานศิลปะ เป็นการแสดงร่วมกัน" เขาอธิบาย
เขาพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่แบรนด์ทำกับสิ่งที่งานศิลปะทำ ว่า "งานของ SuperStorage คือการดูแลและจัดการพื้นที่ และศิลปะก็คือการทำให้พื้นที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น เราจึงอาจมองโซลูชันการจัดวางเหล่านี้ในฐานะงานศิลปะได้เช่นกัน"
ถามมาก่อน ดีไซน์ตามมา
ประสบการณ์จากเทศกาลครั้งนี้ทำให้พวกเขาเริ่มมองเห็นทิศทางใหม่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่อไป วรัทบอกว่า "พอเห็นเป็นแบบนี้แล้ว เราคิดว่าเราอยากจะออกแบบชั้นวางของเราให้มีความยืดหยุ่น ให้ท่านอื่น ๆ นำไปต่อยอดได้ง่ายมากขึ้น" เปลี่ยนกรอบความคิดจากการออกแบบเพื่อจัดเก็บของอย่างเดียว ไปสู่การออกแบบที่เปิดพื้นที่ให้คนอื่นตีความและใช้งานต่อได้อย่างอิสระด้วย
เบื้องหลังโซลูชันแต่ละแบบ เขาบอกว่ากระบวนการเริ่มต้นจากการฟังความต้องการของลูกค้าก่อนเสมอ "เราคิดด้วยการดีไซน์ก่อน เราก็ต้องดูก่อนว่าความต้องการของคนที่ต้องการพื้นที่เพิ่มเนี่ยต้องการอะไร แล้วเราก็จัดหาโซลูชันให้ ซึ่งเรามีโซลูชันหลากหลายรูปแบบมากที่จะทำให้เติมเต็มพื้นที่ที่ต้องการเพิ่มเติม"
หลักการเดียวกันนี้ ดูจะเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้ SuperStorage ปรับตัวจากงานคลังสินค้าไปสู่งานเทศกาลศิลปะได้โดยไม่สะดุด เพราะไม่ว่าโจทย์จะเป็นการเก็บของในโกดัง หรือการรองรับการแสดงและงานภาพพิมพ์ที่หนักหน่วงบนเวที สิ่งที่ SuperStorage ทำก็คงคล้ายเดิม คือการฟังก่อนว่าใครต้องการพื้นที่แบบไหน แล้วค่อยออกแบบให้ตอบโจทย์นั้น
สำหรับ SuperStorage เทศกาลครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงระหว่างการจัดการพื้นที่เข้ากับความเป็นศิลปะ เราเองก็ติดตามรอชมเหมือนกัน ว่าพวกเขากำลังจะใช้ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการนี้ ไปสร้างสรรค์อะไรที่น่าสนใจตามมาอีกบ้าง




