บทเรียนศิลปะจากแฟน (ที่ไม่มีจริง) คุยกับ อัญชลี อนันตวัฒน์ เรื่องเปโดร เฮอร์นันเดซ กับศิลปะของการเรียนรู้ศิลปะ

Post on 3 June 2026

ทรงวาดตอนนี้ มีนิทรรศการเกี่ยวกับหนุ่มฮอตคนหนึ่ง ซึ่งดูหุ่นของเขาในภาพแล้วก็คงเรียกยอดไลค์ได้ไม่น้อย ตามมาตรฐานไอจี แต่ลูกครึ่งเม็กซิกัน-ไต้หวันกล้ามแน่นคนนี้ ไม่มีตัวตนอยู่จริง หรือตามที่ศิลปินอาจารย์ศิลปะเผยกับเราตรง ๆ ว่า “ฉันนี่แหละ เปโดร”

เปโดร เฮอร์นันเดซ (Pedro Hernandez) ปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะ “ผัวพี่ลี” ในเทศกาลศิลปะ Bangkok Biennial เมื่อปี 2018 อัญชลี อนันตวัฒน์ หรือพี่ลีคนดังกล่าวนั่งคุยกับเราในตอนนี้ ว่าในฐานะหนึ่งในผู้จัดงานร่วมเทศกาล นิทรรศการของเปโดรในตอนนั้นคือคำวิจารณ์ต่อระบบพวกพ้อง (Nepotism) ว่าแค่เป็นผัวพี่ลีก็มีนิทรรศการของตัวเองได้?

กลับมาคราวนี้ นายเปโดรรับบทเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ศิลปินเจ้าของงาน

‘Pedro teach me how to paint’ คือนิทรรศการของอัญชลีที่เต็มไปด้วยภาพวาดสีสันสดใส และอบอวลด้วยกลิ่นอายของความรัก (?) ระหว่างศิลปินกับแฟนหนุ่มของเธอ ‘เปโดร’ เริ่มต้นจากตัวละครที่เธอสร้างขึ้นกึ่งหยอกล้อผู้คน แต่ในอีกด้าน ภาพวาดเหล่านี้ก็กลายเป็นเหมือนหลักฐานของโลกอีกใบ โลกที่อาจเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีเปโดรอยู่ในนั้น

อัญชลี อนันตวัฒน์ เป็นศิลปิน อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการของ Speedy Grandma แพลตฟอร์มศิลปะเชิงทดลองในกรุงเทพมหานคร ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดนี้ คำถามที่เกิดขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อนิทรรศการ คือนายเปโดรนี่เป็นใคร ถึงมาสอนเธอเพนต์ได้?

“ตอนแรกที่คิดว่าจะต้องทำโชว์นี้ก็เครียดมาก นึกไม่ออกว่าจะทำอะไรแบบไหน ด้วยเวลาที่น้อย ก็เลยนึกถึงเปโดร… จริง ๆ ตอนแรกเอาเปรโดมาเผื่อทำงานไม่ดีจะได้โทษแม่ง” อัญชลีกล่าว

เกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างเขาสองคน? แฟนหนุ่มคนนี้มีบทบาทอย่างไรในชีวิตอาจารย์ศิลปะ? GROUNDCONTROL ชวนอัญชลี มานั่งคุยด้วยกัน แล้วเราอาจพบคำตอบทั้งในเรื่องศิลปะและความสัมพันธ์ ระหว่างบทสนทนา

กำเนิดเปโดร

ย้อนไปในปี 2018 เทศกาลศิลปะ Bangkok Biennial เกิดขึ้น โดยมีนิทรรศการ ‘No Measure Of Time With You Will Be Long Enough. But Let's Start With Forever’ ของเปโดร เฮอร์นันเดซ ที่ Speedy Grandma เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

เปโดรเกิดขึ้นมาในจิตวิญญาณของการยั่วและล้อที่อบอวลอยู่ในเทศกาลนั้น “เราสร้างเปโดรขึ้นมา เพื่อเล่นเรื่องความสนิทชิดเชื้อ ความเป็นพวกพ้องในวงการ… เพราะมันเป็นผัวพี่ลีแห่งสปีดี้ฯ มันเลยได้แสดงนิทรรศการเดี่ยว” อัญชลีเล่ายิ้ม ๆ

ชื่อนิทรรศการตอนนั้น (ซึ่งเหมือนจะมาจากหนังรักวัยรุ่น ‘ทไวไลท์’) ว่าหวานแล้ว แต่เปโดรยังได้ส่งข้อความถึงแฟนสาวอย่างงดงามไม่แพ้กันด้วย

“ฉันเฝ้ามองพายุกระหน่ำ ช่างงดงามทว่าก็น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
ยังไม่ทันได้รู้ตัว พวกเราก็ลอยพ้นจากพื้นดินเสียแล้ว”
นั่นคือส่วนหนึ่งในเสน่ห์ของเปโดร

แต่ถึงความสัมพันธ์ครั้งนั้นจะลึกซึ้งแค่ไหน เปโดรก็หายตัวไปอีกนาน ก่อนจะกลับมาอีกทีในนิทรรศการล่าสุดนี้

แฟนหนุ่มผู้ปลดล็อค

ปลายปี 2025 ที่ผ่านมา อัญชลีเผชิญหน้ากับวิกฤติชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่คู่คนทำงานศิลปะมาเสมอ

เธอกำลังจะมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ แต่กลับไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรออกมาได้ ด้วยเวลาที่จำกัดในการพัฒนาผลงาน เธอยังติดอยู่กับความคิดว่าจะวาดอะไรออกมาดี

เธอจำ “แบบฝึกหัด” หนึ่งได้ จาก วริศ ลิขิตอนุสรณ์ เพื่อนนักบำบัด/เยียวยาด้านดนตรีแบบทางเลือกของเธอ ว่าให้ลองเล่าเรื่องของตัวเอง โดยจินตนาการว่าเราเป็นคนอื่นกำลังมองเข้ามา มันเป็นเทคนิคที่ฟังดูทำงานแบบจิตวิทยา แต่มันปรากฏตัวในฐานะคุณเปโดร ที่กลับมาหาเธออีกครั้ง

ในฐานะพี่ลี เธอถูกหลอกหลอนด้วยความคาดหวังลี้ลับในการทำงานศิลปะร่วมสมัย ศิลปะจะต้องมาจากการรีเสิร์ชไหม หรือมีเรื่องราวอะไรที่ลึกซึ้ง? เธอโยนสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดไปใส่เปโดร แล้วกรอบเหล่านั้นก็พังทลายลง

“พอเรามองตัวเองเป็นแค่ลี เราติดอยู่กับความคิดว่างานมันต้องเข้มข้น คิดค้น ลึกซึ้ง แต่พอมีเปโดรเข้ามาทำงานด้วย เราลองคิดตามมุมของเขาว่าเขาก็คงไม่ได้แคร์มาก หรือกล้ามากกว่านี้ที่จะลองทำอะไร”

ที่จริงแล้ว ในช่วงแรก ‘เปโดร’ มีสถานะคล้ายแพะรับบาปสำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเสียมากกว่า “จริง ๆ ตอนแรกเอาเปโดรมาเพื่อให้ผ่อนคลาย เผื่อทำงานไม่ดี ก็โทษแม่งเลย” เธอพูดพลางหัวเราะ แต่พอความกดดันค่อย ๆ ถูกปลดออกไป การมีอยู่ของเปโดรก็ทำให้เธอกล้าเสี่ยง กล้าลองผิดลองถูก และกลับมาสนุกกับการวาดภาพได้อีกครั้งโดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป

บทเรียนจากเปโดร

สิ่งที่เปโดรทำลายคือลำดับชั้นของทักษะ ในช่วงหนึ่งของบทสนทนา อัญชลีออกตัวว่าเธอไม่ใช่จิตรกร ผลงานที่ผ่านมาของเธอมักอยู่บนกระดาษ โดยมีสีสันเกิดจากสีซอฟต์พาสเทลหรือเครื่องแอร์บรัช แต่เป็นภาพแอร์บรัชที่นุ่มนวล “เราไม่ต้องการวาดแอร์บรัชคม ๆ เหมือนโฆษณายุคก่อนที่วาดเหมือนจริงสุด ๆ” เธออธิบาย แม้จะไม่ตั้งใจวาดภาพให้โลกเข้าใจคนสายตาสั้น แต่ภาพเหล่านั้นก็คงช่วยให้ผ่อนคลายได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะในกล้ามเนื้อที่ตา หรือความรู้สึกเมื่อเดินเข้าแกลเลอรี

ในงานนี้เธอสร้างงานบนแคนวาส หยิบผู้กัน สีอะคริลิก หลากหลายเทคนิกที่ไม่เคยทำมาก่อน ด้วยสัญชาตญาณความกล้าที่จะทำอะไร ‘ผิดขนบ’ อย่างที่เธอเห็นนักศึกษาปีหนึ่งทำ ถ้ามันคือลำดับชั้น มันก็คือการพลิกกลับทักษะระหว่างอาจารย์ มาทำงานแบบเด็ก ๆ หรือที่จริงแล้ว ลำดับชั้นนั้นอาจเป็นภาพลวงตาที่หายไปแล้ว พร้อมกับการปรากฎตัวของเปโดร

“เราชอบวิธีการทำงานที่อาจยังใช้เครื่องมือไม่แม่น หรือยังไม่ลงตัวกับทักษะ แต่วิธีการลงสีเหล่านั้น ที่เหมือน ‘ทำไม่เป็น’ มันออกมาสวยจนเราอยากลองทำบ้าง” เธอเล่า ในมุมหนึ่ง เส้นโค้งของนักศึกษาใหม่ที่ไม่ได้เรียบร้อย ก็ไม่ใช่ปัญหาทางทักษะที่จะต้องพัฒนาจนมัน ‘สมบูรณ์แบบ’ แต่คือความงามที่มาจากชีวิตชีวา

“อาจารย์นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ ก็มีส่วนสำคัญที่คอยช่วยยืนยันและสนับสนุนเราว่า มันไม่ต้องเป็นแบบที่เขาเป็นกันก็ได้ หมายถึงถ้าเราเป็นอะไรเหล่านั้นโดยธรรมชาติก็ไม่เป็นไร แต่ก็ไม่ต้องไปฝืนตัวเองเพื่อที่จะเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่” อัญชลีอ้างถึงคำพูดของนิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ หนึ่งในอาจารย์ศิลปะซึ่งชักชวนผู้คนมากมายเข้าสู่โลกศิลปะในรูปแบบใหม่ ๆ

ในนิทรรศการนี้เองที่เธอได้ลองใช้พู่กันตวัดสีทับลงบนละอองฟุ้งของแอร์บรัชเป็นครั้งแรก

ในภาพอย่าง ‘Our reunion’ เริ่มต้นจากกรอบดอกไม้รอบ ๆ ภาพ ซึ่งวาดก่อนจะคิดออกด้วยซ้ำว่าจะวาดอะไรตรงกลาง

ภาพอย่าง ‘Meeting at the big shell between two palm trees’ มีเปลือกหอยขนาดยักษ์พื้นผิวนุ่มฟุ้งตั้งอยู่ตรงกลางต้นปาล์ม

ถึงเปโดรจะเป็นส่วนหลักส่วนหนึ่งของนิทรรศการ และเป็นส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่ผ่านมาจนถึงตรงนี้ แต่คงไม่ได้หมายความว่านิทรรศการนี้เป็นเพียงปริศนาตามหาคนรักตัวจริงของศิลปิน เพราะภาพเหล่านี้ดูเป็นหลักฐานของ ‘ความกล้า’ ฝ่ากำแพงในใจ ไม่น้อนไปกว่าหลักฐานของความสัมพันธ์ ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง